
"ประวิตร"ชี้ บึ้มสงขลา สร้างสถานการณ์-ทำลาย ศก.
พล.อ.ประวิตร ชี้ระเบิดสงขลา กลุ่มก่อเหตุภาคใต้ขยายพื้นที่หวังสร้างสถานการณ์ ทำลายเศรษฐกิจ ด้าน เลขา สมช.มั่นใจได้ตัวคนร้าย
พล.อ.ประวิตร ชี้ระเบิดสงขลา กลุ่มก่อเหตุภาคใต้ขยายพื้นที่หวังสร้างสถานการณ์ ทำลายเศรษฐกิจ ด้าน เลขา สมช.มั่นใจได้ตัวคนร้าย
เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุระเบิดที่แหลมสมิหลาจ.สงขลา ว่า เป็นการสร้างสถานการณ์และเพื่อทำลายความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจเพราะเป็นช่วงเข้าเทศกาลปีใหม่ และขณะนี้ยังไม่ได้สรุปปมการก่อเหตุ
เมื่อถามว่า การให้น้ำหนักไปทางด้านการเมือง หรือการก่อความไม่สงบทาง3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องทางใต้กลุ่มก่อเหตุมีเบาะแสมาจากอ.เทพา ขึ้นมา ก่อเหตุ เป็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ เพราะว่าทางพื้นที่ทางด้านจังหวัดสงขลาไม่มีอะไรอยู่แล้ว เลยฉวยโอกาสขึ้นมาก่อเหตุเพื่อทำลายทางด้านเศรษฐกิจ และช่วงเทศกาลปีใหม่ทั้งนี้ มั่นใจว่า จะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ โดยได้กำชับหน่วยงานความมั่นคง ให้ดูแลความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในทุกพื้นที่แล้ว
ด้าน พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. กล่าวว่าเหตุระเบิด 2 จุดที่จังหวัดสงขลา เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่มีลักษณะคล้ายกับการก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องในลักษณะว่าจ้างกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบวัตถุพยานและรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง และมีความเป็นไปได้ว่า ก่อความไม่สงบจะขยายพื้นที่ออกมาก่อเหตุเพื่อหวังสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย
พล.อ.วัลลภ ยังเชื่อว่า นอกจากการ สร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายแล้ว กลุ่มคนร้ายยังมุ่งหวังทำลายทั้งด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในลักษณะเชิงสัญลักษณ์ สำหรับการติดตามจับกุมคนร้ายขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวซึ่งคาดว่าน่าจะได้ตัว ส่วนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับทางการมาเลเซียเพื่อหาทางออกร่วมกันในการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง โดยเฉพาะกลุ่ม บีอาร์เอ็น
พล.อ.วัลลภ กล่าวว่าไม่เป็นห่วงกับสถานการณ์การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ. 62 มาว่าขณะนี้พรรคการเมืองจะมีการเคลื่อนไหว หรือมีการโจมตีกับพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามก็ตามเพราะมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการหาเสียงแบบหนึ่งเพื่อให้ประชาชนเกิดความสนใจ พร้อมยอมรับว่า ยังคงมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มใต้ดินเพื่อหาจังหวะดิสเครดิตรัฐบาล คสช.







