อนุทินมั่นใจนโยบายภูมิใจไทยเสริมแกร่งว่าที่ผู้สมัครสส.
"อนุทิน" ยันพรรคพร้อมเลือกตั้ง มั่นใจนโยบายช่วยเสริมแกร่งว่าที่ผู้สมัครสส. โดยเฉพาะความคิดจากคนรุ่นใหม่ภูมิใจไทย
"อนุทิน" ยันพรรคพร้อมเลือกตั้ง มั่นใจนโยบายช่วยเสริมแกร่งว่าที่ผู้สมัครสส. โดยเฉพาะความคิดจากคนรุ่นใหม่ภูมิใจไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายการเลือกตั้ง ว่า ทางพรรคพร้อมเลือกตั้งมา 5 ปีแล้ว เนื่องจากไม่ได้ทำงานการเมืองเฉพาะกิจ แต่ทำงานการเมืองระยะยาว ซึ่งสมาชิกของพรรคลงพื้นที่ตลอด แม้จะทำกิจกรรมได้ไม่เต็มที่ แต่การได้รับฟังปัญหา และหาทางแก้ไข ก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับคนในพื้นที่ และเป็นประโยชน์ต่อพรรค
"ส่วนใครจะบอกว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ดัง ไม่มีกระแส เรารับฟังความเห็น แต่เรารู้ดีว่าเราอาจจะไม่ใช่พรรคที่ดัง แต่ผู้สมัครของเราเป็นคนที่ได้รับการยอมรับ และเราเชื่อว่าเขาจะได้รับคะแนนเป็นที่น่าพอใจ" นายอนุทิน ระบุ
อย่างไรก็ตาม พรรคต้องเข้าไปเสริมแกร่งสส.ด้วยนโยบาย ถ้าอยู่ในเมือง พรรคมีแนวคิดเรื่อง Sharing Economy ให้ Grab เป็นเรื่องถูกกฎหมาย เรื่องสนับสนุนการเรียน ทำงานอยู่บ้าน ถ้าอยู่พื้นที่ไกลออกไป ก็มีนโยบายแบ่งปันผลกำไรข้าว ให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่พ่อค้ามีรายได้น้อยลง เพื่อรักษาความเป็นธรรมในระบบ ตรงนี้พรรคกล้าทำแน่นอน นอกจากนั้น ยังสนับสนุนให้นำปาล์มไปผลิตเป็นไฟฟ้า นโยบายของพรรคเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น
เมื่อถามถึงกระแสคนรุ่นใหม่ในการเลือกตั้งปี 62 นายอนุทิน ตอบว่า สมาชิกของพรรคภูมิใจไทยประกอบด้วยคนทุกเพศทุกวัย มีทั้งผู้มากประสบการณ์ และคนไฟแรง รวมไปถึงคนรุ่นใหม่ สำหรับคนรุ่นใหม่ของพรรค ไม่ใช่มีแค่ความตั้งใจ มีจินตนาการ แต่ยังมีประสบการณ์ หลายคนเป็นทายาทนักการเมืองที่ทำคุณประโยชน์ให้กับชาติ เป็นกลุ่มคนที่ทำงานบนพื้นฐานของความเป็นจริง อาทิ พี่น้องปริศนานันทกุล ทั้งนายภราดร และนายกรวีร์ รวมไปถึง ดร.สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ คนนี้เป็นนักพัฒนาจังหวัดตัวจริง
นอกจากนี้ เช่นเดียวกับนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ก็เป็นที่รู้จักของคนจ.พิจิตร รวมไปถึงคนอื่นๆ
"คนพวกนี้ มีความรู้ และอยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่พวกทายาทนักการเมืองโหลยโท่ย แนวนโยบายหลายๆอย่างของพรรค ก็มาจากข้อเสนอของสมาชิกชิกกลุ่มนี้" หัวหน้าพรรค กล่าว
อย่างไรก็ดี ตอนนี้พรรคต้องการเพียงให้สมาชิกได้เข้าไปเป็นปากเสียงแทนประชาชน ตรงนั้นคือเป้าหมายที่สำคัญมาก เพราะการเป็น สส.ถ้าเป็นรัฐบาล ก็ได้ทำงานให้ประชาชน แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ได้ตรวจสอบรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน ล้วนเป็นบทบาทที่มีคุณค่า แต่ส่วนจะไปจับมือใคร ต้องขอดูผลการเลือกตั้ง ว่าประชาชนอยากให้พรรคไปทางไหน ตรงนี้ มันสามารถตีความกันได้ แต่พรรคฟังเสียงประชาชนแน่นอน
“คนชอบคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะไปจับมือกับฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ แต่ผมคิดว่าเราอาจจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ได้นะ เราส่งผู้สมัครครบ 350 เขต มันก็พิสูจน์แล้วว่าเรามีความหวังที่สูงพอสมควร เพราะถ้าเราคิดแค่ไปจับมือร่วมรัฐบาล ผมส่งแค่ 7-8 เขตในบุรีรัมย์ก็ได้ ถามว่าเราจะได้เท่าไร ถ้าตั้งใจทำงาน เราไม่ผิดหวังหรอก เพราะนับทุกคะแนน สมาชิกพรรคผม ทำเต็มที่แล้ว มันจะกลับมาเท่าไร มันก็เท่านั้น อย่างไรมันก็เป็นคะแนนของพรรค”
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างนาย เนวิน ชิดชอบ กับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า นายเนวิน เป็นคนที่ตนเคารพ เป็นคนที่มีแนวคิดน่าสนใจ ที่ชัดเจนคือสามารถปั้นบุรีรัมย์ขึ้นมาจนเป็นที่รู้จักระดับโลก และหลายครั้ง ก็ขอคำปรึกษาจากนายเนวิน แต่สุดท้ายคนที่ตัดสินใจก็คือตนเองในฐานะหัวหน้าพรรค อยากให้สังคมรับทราบในจุดนี้ และส่วนตัวสามารถจัดการพรรคภูมิใจไทยได้อย่างดี อย่างน้อยก็ดึงดูด คนเก่งๆ มาร่วมพรรคได้จำนวนมาก มาวันนี้พอใจกับความพร้อมของพรรค แต่หากมีเสียงวิจารณ์ ก็รับฟัง และพร้อมพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ







