posttoday

กกต.ต้องเป็นกลาง สกัดเชื้อวิกฤตหลังเลือกตั้ง

26 ธันวาคม 2561

คาดกันว่า การเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 จะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดกว่าครั้งก่อนๆ ในอดีตด้วยกฎกติกาใหม่

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ประเมินกันว่าการเลือกตั้งที่กำลัง จะเกิดขึ้นราว 24 ก.พ. 2562 จะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดกว่าครั้งก่อนๆ ในอดีตด้วยกฎกติกาใหม่บัตรเดียวชี้ขาดทั้ง สส.เขต และนำไปคำนวณเป็นระบบบัญชีรายชื่อ ทำให้ทุกคะแนนล้วนแต่มีความหมายที่แต่ละพรรคต่างต้องการช่วงชิงชัยชนะในแต่ละเขตให้ได้มากที่สุด

สอดรับกับสัญญาณวุ่นวายที่ปรากฏตั้งแต่ยังไม่ทันมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ที่เริ่มทยอยมายังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มี อิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน ซึ่งจนถึงปัจจุบันมี 3 พรรคการเมืองที่ถูกร้องเรียนว่ามีการกระทำเข้าข่ายความผิดซึ่งมีโทษถึงยุบพรรคการเมืองเป็นที่เรียบร้อย

เริ่มตั้งแต่ พรรคภูมิใจไทย ซึ่ง สุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีตแกนนำคนเสื้อแดงเข้าร้องเรียน กกต.จังหวัดนครราชสีมา ว่า พรชัย อำนวยทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย ร่วมมือกับเสี่ยเจ้าของโรงงานแป้งมันในพื้นที่ มีพฤติกรรม เข้าข่ายเตรียมซื้อเสียงล่วงหน้า

ถัดมาที่ พรรคเพื่อไทย กรณี คลิปเสียง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกมองว่าเข้าข่ายแทรกแซงกิจการภายในของพรรค อันอาจ ขัดมาตรา 28 มาตรา 29 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่กำหนดห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือมิให้ผู้ที่ ไม่ใช่สมาชิกพรรคกระทำการ ควบคุมครอบงำชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง

รวมทั้ง พรรคพลังประชารัฐ กรณีคลิปแฉเรื่องการรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแลกกับการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ไปจนถึงเรื่องการจัดงานระดมทุน 650 ล้านบาท ซึ่งปรากฏรายชื่อว่ามีทั้งหน่วยงานรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจเข้ามาร่วมซื้อโต๊ะ พร้อมทั้งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของบรรดารัฐมนตรีไปจูงใจให้คนมาร่วมบริจาคให้กับพรรคการเมืองหรือไม่

ยิ่งเวลานี้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปลดล็อกให้บรรดาพรรคการเมืองสามารถเคลื่อนไหวทำกิจกรรมได้อย่างอิสระด้วยแล้ว บรรยากาศการหาเสียงจึงมีแนวโน้ม ที่จะดุเดือดมากขึ้นกว่าเดิม

ทว่า ด้วยกฎกติกาใหม่ที่เข้ามาควบคุมการหาเสียงให้อยู่ในกรอบของความสงบเรียบร้อย พร้อมบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้กระทำการฝ่าฝืน ทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดการร้องเรียนไปยัง กกต.มากขึ้นกว่าเดิม

โดยเฉพาะกับพื้นที่โซเชียลมีเดีย ที่ประเมินกันว่าจะเป็นสมรภูมิใหม่ในการแข่งขันหาเสียง ที่แต่ละพรรคจะต้องงัดกลยุทธ์มาเรียกคะแนนเสียงจากกลุ่มเป้าหมายของตัวเองให้ได้มากที่สุด

ในยุคที่ช่องทางการสื่อสาร สมัยใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตเป็นอย่างมาก บรรดากฎระเบียบที่จะเข้ามาควบคุมช่องทางการหาเสียงรูปแบบใหม่ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในการเลือกตั้งที่ผ่านมาจึงถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับ กกต.ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลการเลือกตั้งโดยตรง

ภารกิจที่ดูแลตรวจสอบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งในช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายขึ้น และควบคุมดูแลบรรยากาศการเลือกตั้ง ไม่ให้เกิดความสับสนวุ่นวาย หรือ เกิดการปลุกปั่นกระแสต่างๆ ใน โซเชียลมีเดียจึงถือเป็นความท้าทาย กกต.เป็นอย่างมาก

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ ประเด็นความน่าเชื่อถือในการทำหน้าที่ควบคุมดูแลกฎกติกา ที่จะต้องเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติหรือเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพื่อสกัดไม่ให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในอนาคต

ยิ่งกลไกอำนาจของ กกต.ที่สามารถชี้ขาดตัดสินในหลายกรณี ด้วยแล้ว การใช้อำนาจต้องยืนอยู่บนหลักการความเที่ยงตรงเสมอภาคเป็นธรรม และระมัดระวังไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ปฏิเสธไม่ได้ว่า กกต.ชุดปัจจุบัน ซึ่งมีที่มาในช่วงรัฐบาล คสช. ย่อมต้องถูกมองว่าอาจมีความเอนเอียงเข้าข้างฝั่ง คสช. ซึ่งเป็นเรื่องที่ กกต.ชุดนี้จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นผ่านการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีเสียงสะท้อนต่อการทำหน้าที่ของ กกต.หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายว่าเหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองบางพรรค เรื่อยมาจนถึงเรื่องบัตรเลือกตั้งที่เดิมมีเพียงแค่เบอร์อย่างเดียว แต่เมื่อเกิดการทักท้วงจากหลายฝ่ายสุดท้าย กกต.ก็ยอมปรับเปลี่ยนใส่ชื่อพรรคและโลโก้พรรคลงมาในบัตรเลือกตั้ง

นอกจากบรรดากฎระเบียบที่ กกต.จะต้องเป็นผู้ชี้ขาดวางระบบให้การเลือกตั้งออกมาเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายแล้ว ในอนาคตอำนาจหน้าที่ที่สำคัญของ กกต. คือ การพิจารณาตัดสินเรื่องร้องเรียนต่างๆ ที่คาดว่า จะมีเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ตามสภาพการแข่งขันที่ดุเดือด

โดยเฉพาะกับอำนาจการให้ใบส้มหลังการเลือกตั้งที่ว่ากันว่าอาจมี ผลเปลี่ยนแปลงจำนวนเก้าอี้ สส. ที่แต่ละพรรคจะได้รับ อันจะกระทบ ต่อไปถึงกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล ในอนาคตอีกด้วย

ดังนั้น การพิจารณาตัดสินของ กกต.จึงต้องยืนอยู่บนหลักการตามกฎหมายและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นจะบานปลายกระทบไปถึงความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่และทำให้ผลการเลือกตั้งที่ออกมาไม่เป็นที่ยอมรับ

สุดท้ายอาจบานปลายกลายเป็นชนวนวิกฤตของการเมืองรอบใหม่ที่ทุกฝ่ายต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด เชลซี พบ อาร์เซน่อล คาราบาวคัพ วันนี้ 14 ม.ค.69