
กลางระส่ำศึกน้ำ ใต้หลอนฝันร้ายหาดใหญ่
"ไม่มีการรื้อแนวคันกั้นน้ำ เป็นการเสนอข่าวคลาดเคลื่อนครับ ชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำ และในหมู่บ้านไม่ได้ขัดแย้งกัน"เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานฉะฉาน แต่ความจริงวันนี้คือ หลายพื้นที่ต้องจัดเวรยามเฝ้ามิให้มีการทะลายพนังกันน้ำ
"ไม่มีการรื้อแนวคันกั้นน้ำ เป็นการเสนอข่าวคลาดเคลื่อนครับ ชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำ และในหมู่บ้านไม่ได้ขัดแย้งกัน"เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานฉะฉาน แต่ความจริงวันนี้คือ หลายพื้นที่ต้องจัดเวรยามเฝ้ามิให้มีการทะลายพนังกันน้ำ
"ไม่มีความขัดแย้งใช่ไหมครับ"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีถามผ่านการประชุมทางไกลจากเวียดนามมาเมืองไทย เมื่อค่ำวันที่ 29 ต.ค.
"สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันไม่มีครับ"สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รายงานทันควัน
"ผู้ว่าฯ ก็ยืนยันว่าไม่มีครับ" อภิรักษ์โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.)รับรองอย่างสอดประสาน
ก่อนนั้นตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็รายงานว่า ที่สื่อมวลชนรายงานข่าวว่า ชาวบ้านย่านเมืองเอกพากันไปรื้อคันกั้นน้ำนั้นเป็นการรายงานข่าวคลาดเคลื่อนตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ชาวบ้าน นักศึกษาย่านเมืองเอกช่วยกันเอากระสอบทรายไปกั้นน้ำเพราะเกรงว่า น้ำจะทะลักเข้าเมืองเอก แต่ชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำเห็นว่า กันไม่เรียบร้อย
เลยไปช่วยจัดให้เรียบร้อย!"ไม่มีการรื้อแนวคันกั้นน้ำ เป็นการเสนอข่าวคลาดเคลื่อนครับ ชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำ และในหมู่บ้านไม่ได้ขัดแย้งกัน"เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานฉะฉาน
ฟังผู้รับผิดชอบแล้วสบายใจ นอนหลับฝันดีได้เพราะชาวบ้านสามัคคีกันดี อย่างนั้นหรือ?
ก่อนหน้านั้น คืนวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมานายสมพงษ์ ศรีอนันต์ นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ดึงแนวกระสอบทรายที่เป็นคันกั้นน้ำสูง 1 เมตร ยาว 4 กิโลเมตร ริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาออกบางส่วน
ระดับน้ำระหว่างฝั่งถูกท่วมและไม่ถูกท่วมซึ่งต่างกันถึง 1.60 เมตร เจอช่องที่พังทลายไปกว่า 10 เมตร ก็ทะลักเข้าหมู่บ้านเมืองเอก หมู่ 5 ต.หลักหก จำนวนมาก!
เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหลักหก นักศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิตทั้งชายและหญิงซึ่งพักอาศัยในหอพักใกล้บริเวณนั้นกว่า 200 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่สนามกอล์ฟเมืองเอก และสนามกอล์ฟวินต้า กว่า 100 คน พร้อมเครื่องจักรกลหนักต้องช่วยกันสร้างคันดินและเสริมแนวกระสอบทรายที่ถูกดึงออกให้กลับคืนเดิม
จากนั้นมีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ ออกตรวจสอบแนวกระสอบทรายกั้นน้ำตลอด24 ชั่วโมง หากพบเห็นผู้ใดกระทำการเช่นนี้อีกให้จับกุมทันที
ใครจะว่าอย่างไรไม่รู้แต่ข่าวระบุว่าสมพงษ์ ศรีอนันต์ นายกเทศมนตรีเทศบาลต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ผู้รับแจ้งเหตุบอกว่า "สาเหตุน่าจะมาจากความเครียดของชาวบ้านริมคลอง ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม"ชาวบ้านย่านเมืองเอกจะรักกันดีอย่างที่รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่รายงานต่อนายกฯหรือไม่ก็ตาม นี่ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่ปรากฏความเครียดระหว่างกลุ่มที่อยู่นอกพนังกั้นน้ำกับคนอยู่ในแนวป้องกันน้ำท่วม
ความจริงวันนี้คือ ขณะนี้หลายพื้นที่ต้องจัดเวรยามเฝ้ามิให้มีการทะลายพนังกันน้ำ
ก่อนหน้านี้ที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ชาวนาสองฝั่งก็หวิดเปิดศึกฉะกันจนฝ่ายปกครอง อำเภอ เทศบาลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาไกล่เกลี่ย
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นห่วงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะปะทุอีกระลอก เนื่องจากระดับน้ำท่วมอยุธยายังไม่คลี่คลาย จึงได้มอบให้ทหารประสานงานกับฝ่ายปกครองเข้ามาเฝ้าระวังแล้ว ที่ จ.สุพรรณบุรี ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องจัดเวรเฝ้าพนังกั้นน้ำ 24 ชั่วโมง
"โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เดิมบางนางบวชซึ่งน้ำท่วมที่สาหัสที่สุด เดิมจะมีชาวบ้านมากว่า 120 คน เตรียมมารื้อแนวคันกั้นน้ำที่ ต.กระเสียว จึงต้องปรับความเข้าใจทำความเข้าใจกัน พอช่วงหลังระดับน้ำหลากเข้าสู่พื้นที่จนท่วมเท่ากัน ปัญหาก็เลยจบไป" เอกพันธ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุพรรณบุรีระบุ
น้ำท่วมเสมอกันช่วยแก้ไขปัญหาได้แต่บางพื้นที่ก็ยังระอุไปด้วยความขัดแย้ง
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ ต.บึงเสนาท อ.เมืองจ.นครสวรรค์ ชาวบ้านนับร้อยคนจากหมู่ที่2 และหมู่ที่ 3 ต.บึงเสนาท พากันยกพลไปปิดประตู อบต.บึงเสนาท โดยนำเหล็กและวงบ่อซีเมนต์ ทำการปิดกั้นประตูเข้าออกอบต.บึงเสนาท เพราะไม่พอใจนายก อบต.ซึ่งสั่งปิดกั้นประตูระบายน้ำบริเวณถนนข้าง อบต. ทำให้น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนพวกเขา แต่ทำให้หมู่ 1 ซึ่งเป็นหมู่บ้านของนายกอบต.รอด
ชาวบ้านเรียกร้องให้นายก อบต.ลาออก เพราะนอกจากปิดทางกั้นน้ำดังกล่าวแล้วยังเอาถุงยังชีพไปแจกคนในหมู่บ้านตัวเองแทนที่จะแจกบ้านที่ถูกน้ำท่วม
นายบุญส่ง ดวงแก้ว นายก อบต.บึงเสนาท แก้ปัญหาโดยนำรถแบ็กโฮมาเปิดท่อระบายน้ำที่อุดไว้แล้ว ส่วนเรื่องของถุงยังชีพเขาชี้แจงว่า "ผมไม่ได้แจก ชาวบ้านได้ครบหรือไม่นั้นผมไม่ทราบ"
หลายพื้นที่ยังจะท่วมขังไปอีกนานบางพื้นที่เช่น จ.อุบลราชธานี ชัดเจนแล้วว่าจะเจออุทกภัยรอบสอง บางพื้นที่เช่นพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำเจ้าพระยา-ป่าสักเพิ่มระดับสูงขึ้นจนระดับน้ำจ่อถึงเกาะกลางชั้นในแล้วเมื่อวันที่ 29 ต.ค.
ความเครียดแผ่ไปตามน้ำที่หลากไปกระบวนการป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจ เช่นกทม.และเขตเมืองยังเป็นไปอย่างเข้มข้นแต่การทำความเข้าใจกับผู้คนนอกเขตผ่านการสื่อสารระดับชาติยังไม่เกิด
ขณะที่ภาคกลางและภาคอีสานยังกวาดต้อนน้ำลงทะเลและลงน้ำโขงยังไม่เสร็จ ทั้งกรมชลประทานและกรมอุตุนิยมวิทยาก็ส่งสัญญาณแล้วว่า ภาคใต้ให้เตรียมรับมือกับฝนกระหน่ำหนัก คำเตือนเข้มข้นถึงขนาดบอกว่า หนนี้เป็นช่วงวงรอบ 10 ปีน้ำท่วมหาดใหญ่ นี่เป็นคำเตือนที่บ่งถึงความสำคัญของระดับการเตรียมรับมือ ในปี 2543 เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ อ.หาดใหญ่ มีผู้เสียชีวิตถึง 50 คน น้ำท่วมขังเมืองเศรษฐกิจแห่งนี้ถึงครึ่งเดือน เป็นฝันร้ายที่ยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ
ขณะนี้ภาคใต้เกิดอุทกภัยแล้ว 2 จุด คือที่ อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.ทับบุตรอ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา กองทัพภาคที่ 4 และ 14 จังหวัดได้เตรียมการกันอย่างคึกคัก เฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ นั้นมีคำสั่งให้เตรียมอพยพประชาชนจากที่ลุ่มมาที่ดอนและให้พร่องน้ำออกแล้วให้จับตาระดับน้ำในเขื่อน และอ่างเก็บน้ำประมาณ 30 แห่ง ว่ามีระดับน้ำเพิ่มจนน่าเป็นห่วงหรือไม่
สองจังหวัดที่อยู่ในเป้าหมายต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ สงขลาและชุมพร
คนฮึ่มฮ่ำ พระพิรุณแผลงฤทธิ์ โรคร้ายซุ่มรอ ลมหนาวจ่อกระโชก รัฐบาลเพิ่งขึงขังตึงตังผ่านจอโทรทัศน์ คนมีน้ำใจช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป
สถานการณ์เมืองไทยไม่เปลี่ยนแปลง!!!







