posttoday

น้ำทะเลเซาะฝั่งอ่าวไทยตอนบน

29 ตุลาคม 2553

น้ำทะเลเซาะฝั่งอ่าวไทยตอนบนชนวนปัญหาใหม่ประมงพื้นบ้านกับนายทุน

น้ำทะเลเซาะฝั่งอ่าวไทยตอนบนชนวนปัญหาใหม่ประมงพื้นบ้านกับนายทุน

 โดย...วิทยา ปะระมะ

น้ำทะเลเซาะฝั่งอ่าวไทยตอนบน แผ่นดินหน้าวัดขุนสมุทรจีนในอดีต

ถ้าเปรียบประเทศเป็นร่างกายคนๆหนึ่ง เหตุการณ์น้ำท่วมรอบใหญ่กินพื้นที่ครอบคลุม 32 จังหวัดในภาคกลาง ภาคเหนือและภาคอีสานในขณะนี้คงไม่ต่างจากบาดแผลสดเหมือนมีรอยดาบพาดผ่านกลางลำตัว

ภาพของพี่น้องที่โดนน้ำท่วมบ้านต้องอพยพหนีน้ำไปนอนข้างถนน บ้างติดอยู่ในพื้นที่ห่างไกลไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ รถยนต์จอดตายอยู่กลางน้ำและรวงข้าวลอยคอรอวันเน่าอยู่กลางทุ่ง ชาวนาได้แต่มองตาปริบๆสุดปัญญากู้สถานการณ์  ความรู้สึกแรกช่างเจ็บแปลบ จากนั้นความเจ็บปวดก็ค่อยๆแสดงอาการ เลือดไหลไม่หยุดจนเข้าขั้นสาหัสต้องเข้าห้องไอซียูทันที

อีกด้านหนึ่งพี่น้องที่อาศัยริมชายฝั่งอ่าวไทยก็กำลังเผชิญกับปัญหาจากน้ำเช่นกันเพียงแต่ไม่ได้เป็นแผลสดเหมือนที่คนใน 32 จังหวัดตอนบนกำลังเผชิญแต่มันเรื้อรังมานานหลายสิบปี เปรียบอาการของโรคก็คงเหมือนมะเร็งร้ายที่ค่อยๆกัดกินร่างกายทีละน้อยๆกว่าจะรู้ตัวก็ร่อแร่ปางตายเสียแล้ว  มะเร็งที่ว่าก็คือปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งนั่นเอง…

เวลาเที่ยงเศษ ณ วัดบ้านขุนสมุทรจีน หมู่ที่ 9 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ. สมุทรปราการ เสียงผู้ใหญ่ “สมร เข่งสมุทร” ตะโกนเสียงดังเจื้อยแจ้วเชื้อเชิญผู้มาเยือนอันประกอบด้วยสื่อมวลชนหลายสำนักรับประทานอาหารระหว่างการลงพื้นที่สำรวจปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะแนวชายฝั่งอ่าวไทย ระหว่างการรับประทานอาหารก็อธิบายให้ข้อมูลไปพลาง

 “ที่วัดนี้เมื่อ 20 ปีก่อนมีแผ่นดินทอดไปถึงชายหาดยาวเป็นกิโล มีบ้านเรือนตั้งอยู่ไปทั่วแต่น้ำทะเลเซาะเข้ามาเรื่อยๆจนวันนี้ที่วัดอยู่ติดทะเลไปเรียบร้อย แถมชาวบ้านก็ต้องย้ายบ้านหนีน้ำไปเรื่อยๆ เมื่อก่อนอยู่กันกว่า 600 คนแต่ตอนนี้เหลือแค่ 400 คนเท่านั้น”สมรกล่าว

น้ำทะเลเซาะฝั่งอ่าวไทยตอนบน ผู้ใหญ่สมร เข่งสมุทร

ผู้ใหญ่บ้านกล่าวติดตลกว่าคนที่อื่นเวลาย้ายบ้านสร้างบ้านใหม่ต้องทำบุญกินเลี้ยงกันสนุกสนาน แต่สำหรับคนที่นี่แล้วเวลาขึ้นบ้านใหม่แต่ละครั้งมีแต่ความทุกข์เพราะน้ำทะเลเซาะเข้ามาเรื่อยๆ จะไม่ย้ายหนีก็ไม่ได้พอสร้างบ้านใหม่ก็ต้องใช้เงินกู้หนี้ยืมสินมาอีก หลายปีที่ผ่านมาชาวบ้านต้องย้ายบ้านหนีนับสิบครั้งขณะที่คนที่อื่นอาจจะอยู่ตั้งแต่เกิดจนตายในบ้านหลังเดิม…

ไม่ใช่แค่บ้านขุนสมุทรจีนที่เดียวที่ต้องประสบปัญหานี้ แนวชายฝั่งในบริเวณอ่าวไทยตอนบนซึ่งมีรูปทรงเว้าเป็นตัว ก.ไก่ระยะทาง 185 กม.ตั้งแต่จ.เพชรบุรีไปจนถึง จ.ฉะเชิงเทรา คลุมพื้นที่ 6 จังหวัด 29 ตำบลล้วนต้องประสบปัญหานี้หนักบ้างเบาบ้างต่างกันไป

แม้ไม่มีการรวบรวมตัวเลขอย่างเป็นทางการว่าจริงๆแล้วแผ่นดินไทยถูกน้ำทะเลกัดเซาะหายไปกี่ตารางกม.แล้ว แต่ข้อมูลบางตัวจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็พอสะท้อนให้เห็นภาพได้

เช่น ที่ตำบลบางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร ตั้งแต่ปี 2495-2549 มีอัตราการกัดเซาะเฉลี่ย 14.79 เมตร/ปี มีแนวกัดเซาะยาวกว่า 5.04 กม. ที่ตำบลแหลมฟ้าผ่ามีอัตราการกัดเซาะเฉลี่ย 27.88 เมตร/ปี แนวยาวกว่า 13.14 กม. และที่ตำบลคลองด่าน จ.สมุทรปราการมีอัตราการกัดเซาะ 22.07 เมตร/ปี แนวยาวกว่า 7.64 กม.

อย่างไรก็ตามเรื่องน้ำทะเลกัดเซาะสำหรับชาวบ้านขุนสมุทรจีนขณะนี้กลายเป็นเรื่องสำคัญรองลงไปเสียแล้ว เพราะยังมีปัญหาเฉพาะหน้าตามให้ปวดหัวอีกเรื่อง นั่นคือปัญหาโฉนดที่ดินในทะเล ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิ์แสดงความเป็นที่ดินในอดีตแต่ถูกน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นทะเลในปัจจุบันนั่นเอง

ราวต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา อยู่ๆก็มีเสี่ยคนหนึ่งมาติดต่อขอซื้อที่ดินหน้าวัดที่ขณะนี้กลายเป็นทะเลไปแล้ว ที่ดังกล่าวก็กว้างเพียงไม่กี่ไร่ ในมุมมองของชาวบ้านก็ยังแอบขำนิดๆว่ากระดาษแผ่นเดียวก็ยังจะซื้อ อย่างไรก็ตามผ่านไปไม่นานก็ถึงบางอ้อเมื่อเสี่ยคนดังกล่าวประกาศว่าที่ดิน (ในทะเล) ตรงนั้นเป็นของเขา เขาจะทำฟาร์มหอยแครงและห้ามชาวบ้านเข้ามาทำมาหากิน

น้ำทะเลเซาะฝั่งอ่าวไทยตอนบน วัดสมุทรจีนในปัจจุบัน สังเกตให้เสาไฟฟ้าจมทะเลอยู่ด้วย

เท่านี้ยังไม่พอยังให้ลูกน้องทำธงสีต่างๆแสดงอาณาเขต ที่แสบกว่านั้นคือทำอาณาเขตกว้างเป็นพันไร่เกินกว่าที่ซื้อมาจากเจ้าของเดิมเสียอีก

ผู้ใหญ่สมรกล่าวด้วยแววตารันทด บอกว่าที่ดินที่ถูกทะเลเซาะไปนั้นชาวบ้านใช้เป็นแหล่งทำมาหากินและไม่เคยมีปัญหากับเจ้าของเอกสารรสิทธิ์แต่อย่างใด ที่สำคัญพื้นที่นี้มีหอยแครงและหอยแมลงภู่อุดมสมบูรณ์ ที่ผ่านมามีเรือคราดหอยจากต่างถิ่นเข้ามาทำประมงจนทรัพยากรร่อยหรอ ชาวบ้านต้องตั้งกลุ่มอนุรักษ์ขึ้นมาปกป้องแหล่งทำกินของตนจนทุกวันนี้หอยเริ่มกลับมาสมบูรณ์แล้ แต่นายทุนก็เข้ามาชุบมือเปิปอ้างสิทธิ์ตักตวงผลประโยชน์จากทรัพยากรที่สมบูรณ์

 “เรารบกับธรรมชาติไม่พอยังต้องสู้กับนายทุน รบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนที่เห็นแก่ตัว  มีการเอาตำรวจมาจับชาวบ้านที่ไปวางลอบดักปลาหาว่าบุกรุกที่เขา เจ้าหน้าที่ที่ดินก็บอกว่าให้ไปฟ้องกับนายทุนเอาเอง ถามว่าเราชาวบ้านตัวเล็กๆเงินก็ไม่มีจะไปขึ้นโรงขึ้นศาลสู้กับนายทุนที่มีทั้งเงินมีทั้งลูกน้องนักกฎหมายได้อย่างไร”ผู้ใหญ่สมรกล่าว

สำหรับทางออกของเรื่องนี้ “อุดร บุญช่วยแล้ว” ปลัดอบต.แหลมฟ้าผ่ากล่าวว่าอยากให้กรมเจ้าท่ามีความชัดเจนว่าเมื่อแผ่นดินที่ถูกน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นทะเลต้องตกอยู่ภายใต้การดูแลของกรมเจ้าท่าหรือไม่ ต้องมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์หรือไม่

“ถ้าออกโฉนดในทะเลเป็นพันไร่ได้ต่อไปชาวบ้านก็จะไม่มีที่ทำกิน ถ้านายทุนอ้างสิทธิ์ได้เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตลอดแนวชายฝั่งทั้งประเทศและกระทบกับชาวประมงพื้นบ้านแน่นอน”อุดรกล่าว

ห่างออกไปชั่วระยะเวลานั่งเรือครึ่งชั่วโมง มีชุมชนอีกแห่งที่ประสบปัญหาคลายคลึงกัน นั่นคือชุมชนคลองเสาธง หมู่ 5 ต.บางปู จ.สมุทรปราการ ที่นี่ก็ถูกน้ำทะเลกัดเซาะไล่ที่ชาวบ้านจนเหลืออีกแค่ 1 กม.ก็จะถึงถนนสุขุมวิทแล้ว

 “บรรเจิด อุดมสมุทรหิรัญ” ประธานชุมชนคลองเสาธง ผู้ที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “โหนก” กล่าวว่าชุมชนของเขาก็ถูกน้ำกัดเซาะ กลายเป็นมีโฉนดที่ดินในทะเลเช่นกัน

แต่สำหรับปัญหาที่นี่ต่างจากบ้านขุนสมุทรจีนเพราะชุมชนแห่งนี้ของบอบต.มาทำแนวหินกั้นชายฝั่งเพื่อชลอการกัดเซาะและทำให้เกิดการตกตะกอนจนทะเลกลายเป็นแผ่นดินขึ้นมาใหม่

 

น้ำทะเลเซาะฝั่งอ่าวไทยตอนบน แนวหินกั้นฝั่ง ด้านหลังแนวคือแผ่นดินที่งอกออกมาใหม่

บรรเจิดชี้ชวนให้ดูถึงแนวหินแห่งหนึ่งยาวประมาณ 100 เมตร เขาบอกว่าแนวกั้นนี้ทำขึ้นเมื่อ 8 เดือนก่อน ขณะนี้เริ่มเกิดแผ่นดินงอกขึ้นมาให้ ไม้โกงกางเริ่มเติบโตตามธรรมชาติของมันจนอุดมสมบูรณ์แล้ว

 ปัญหามาเกิดเมื่อมีเกิดดินงอกขึ้นมา เจ้าของที่ดินตามเอกสารสิทธิ์เดิมก็อ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของและจะเอาที่ผืนนี้ไปขายเสียอย่างนั้น

“คนอาจจะมองว่าที่ดินที่งอกขึ้นมาก็ควรตกเป็นของเจ้าของที่ แต่ถ้าเจ้าของไม่เคยมาดูแลเลยตลอด 20-30 ปีที่ผ่านมาขณะที่ชาวบ้าน ชุมชน อบต.ช่วยกันดูแลจนแผ่นดินมันงอกขึ้นมาใหม่ ถ้ากลายเป็นของเขาถามว่าเราจะทำไปทำไม ทำไปเพื่อใคร จะตอบคำถามลูกหลายได้อย่างไรว่าเอางบอบต.ไปพัฒนาที่ดินเอกชน”บรรเจิดกล่าว

ทางออกของเรื่องนี้ตรงไปตรงมา บรรเจิดอยากให้กรมเจ้าท่าแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าในทางกฎหมายแล้วที่ดินที่ถูกกัดเซาะจนกลายเป็นทะเล จุดนี้ตกเป็นของกรมเจ้าท่าหรือไม่ ต้องเพิกถอนเอกสารสิทธิ์หรือไม่เพราะมันกลายเป็นทะเลไปแล้ว และเมื่อมีแผ่นดินงอกออกมาใหม่ที่ตรงนี้จะต้องเป็นของกรมเจ้าท่าหรือไม่

 

น้ำทะเลเซาะฝั่งอ่าวไทยตอนบน ชาวประมงชายฝั่งกำลังหาปลาที่บางปู

“เราอยากให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์แล้วออกเป็นโฉนดชุมชน เราไม่ได้เอาที่ดินมาเป็นของใครแต่เอามาให้ทั้งชุมชนเราขยับหนีไม่ได้แล้วเพราะอีกแค่กม.เดียวก็จะชนถนนสุขุมวิทแล้วจะให้เราย้ายไปอยู่ที่ไหน แต่กรมเจ้าท่าก็ไม่กล้าฟันธง ผมอยากให้รัฐฟังธงให้ชัดเจน  ถ้ารัฐชัดเจนชาวบ้านจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกับนายทุนแบบนี้”บรรเจิดกล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชม. กดดันอิหร่าน ขณะยังไม่ทราบชะตากรรมนักบินที่ถูกยิงตก