
“ทนายแดง” ยื่น หนังสือปปช. เอาผิด 4 ตุลาการรธน.
“ทนายแดง” ยื่น หนังสือปปช. เอาผิด 4 ตุลาการรธน.เหตุแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดดำรงตำแหน่งเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
“ทนายแดง” ยื่น หนังสือปปช. เอาผิด 4 ตุลาการรธน.เหตุแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดดำรงตำแหน่งเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
นายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทย และทนายความของคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เพื่อให้ไต่สวนและดำเนินคดีกับตุลาการรัฐธรรมนูญจำนวน 4 คนที่มีพฤติการณ์แต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดของตนเองดำรงตำแหน่งเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ว่า การยื่นหนังสือให้ป.ป.ช.ไต่สวนตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คนสืบเนื่องมาจากมีข้อเท็จจริงปรากฎว่าตุลาการรัฐบาล 4 คนประกอบไปด้วย 1.นายบุญส่ง กุลบุปผา 2.นายสุพจน์ ไข่มุกต์ 3.นายเฉลิมพล เอกอุรุ และ4.นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี มีพฤติการณ์ที่ส่อว่าน่าจะกระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมตามมาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และส่อว่าน่าจะกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามมาตรา 152 และมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
นายพิชา กล่าวว่า นายบุญส่ง และนายสุพจน์ แต่งตั้งบุตรของตัวเองให้เป็นเลขานุการ ขณะที่นายเฉลิมพล แต่งตั้งให้หลานเป็นผู้ช่วยเลขานุการของตนเองหลังจากนั้นได้พยายามผลักดันให้เป็นข้าราชการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนนายอุดมศักดิ์ นั้นได้แต่งตั้งให้หลาน 2 คนมาเป็นเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งบุคคลที่เป็นญาติของตุลาการทั้ง 4 ต่างได้รับเงินเดือนและผลตอบแทนในอัตราที่สูง นอกจากนี้บุตรของนายบุญส่ง หรือ นายทนายรัฐ กุลบุปผา นั้นหลังจากได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการแล้วได้ไปเรียนหนังสือต่อที่ต่างประเทศโดยไม่ได้มาปฎิบัติงานประจำที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ระหว่างการศึกษาในต่างประเทศนายทนายรัฐ ยังได้รับเงินเดือนและผลตอบแทนตามปกติทุกเดือน ส่วนบุตรชายนายสุพจน์นั้นได้นำเวลาส่วนใหญ่ไปขายกาแฟอยู่ใต้ตึกศูนย์ราชการ อาคารบี ทั้งที่ได้รับเงินเดือนและผลตอบแทนเต็มจำนวน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการยื่นคำร้องต่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว
นายพิชา กล่าวว่า แม้ว่าตามระเบียบของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ได้กำหนดว่าห้ามไม่ให้แต่งตั้งเครือญาติ แต่การแต่งตั้งนั้นควรที่จะคำนึงถึงความเป็นกลางไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงกับตนเองด้วย เนื่องจากการปฎิบัติหน้าที่ไม่ว่าตำแหน่งใดของเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคนจะต้องปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่ถูกครอบงำจากตุลาการด้วย
“การที่ตุลาการทั้ง 4 คนแต่งตั้งญาติของตนเองให้มาทำงานกับตนเองโดยกีดกันไม่ให้บุคคลอื่นมีโอกาสได้ปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าว จึงน่าจะขัดต่อระบบคุณธรรมอย่างชัดแจ้งและไม่เป็นไปโดยสุจริต จึงเท่ากับตุลาการทั้ง 4 คนไม่ปฎิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 วรรค 4 ซึ่งน่าจะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมของตุลาการรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง ตามประกาศศาลรัฐธรรมนูญเรื่องจริยธรรมตุลาการ ข้อ 1 และข้อ 2 ซึ่งน่าจะอยู่ในข่ายต้องถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญด้วย”นายพิชากล่าว







