
ปชป.ฟุ้งมาร์คถกผู้นำอาเซียนฟื้นเชื่อมั่นเศรษฐกิการเมือง
ปชป. ฟุ้งนายกฯถกผู้นำอาเซียนฟื้นเชื่อมั่นเศรษฐกิจ การเมือง ขยายความร่วมมือไปยัง รัสเซีย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหรัฐฯ
ปชป. ฟุ้งนายกฯถกผู้นำอาเซียนฟื้นเชื่อมั่นเศรษฐกิจ การเมือง ขยายความร่วมมือไปยัง รัสเซีย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหรัฐฯ
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากที่ นายอภิสทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้เข้าร่วมสุดยอดผู้นำอาเซี่ยนถือเป็นความสำเร็จ ที่ประเทศไทยได้ประโยชน์หลายด้าน ทั้งการยืนยันถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยและ ฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน นอกจากนี้ยังเป็นก้าวสำคัญ ในการริเริ่มข้อตกลงร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจัดทำแผนเชื่อมโยงอาเชียน และจัดทำประชาคมเศรษฐกิจไทยในปี 2558 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเพิ่มการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ได้พบกับผู้นำในภูมิภาค และประเทศมหาอำนาจ เป็นโอกาสสำคัญในการที่จะทำความเข้าใจต่อสถานะการณ์ทางการเมืองภายในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้กลับสู่ความสงบและอยู่ในจุดที่ระบบประชาธิไตยกลับมาทำงานได้อย่างปกติ และจะนำไปสู่การเลือกตั้งภายในปี 2554 เป็นสัญญาณว่าระบบการเมืองเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ และความสงบก็กลับคืนสู่บ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ การวางกรอบความร่วมมือ กับคู่เจรจาหลักของอาเซียน 3 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มีส่วนสำคัญในการพูดคุยหารือในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินในภูมิภาค ที่ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งจากนโยบายการอ่อนตัวของเงินหยวนของจีน ขณะเดียวกันการร่วมลงทุนระหว่างประเทศในภูมิภาคนั้น ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการวางโครงสร้างพื้นฐาน ในการคมนาคม และลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ เช่น ความร่วมมือจัดทำรถไฟความเร็วสูงจากจีน ผ่าน ลาว – ไทย- มาเลเซีย-สิงคโปร์
น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การริเริ่มการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธสาสตร์ ของประชาชคมโลก ซึ่งการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซี่ยนครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่จะมีการหารือร่วมกันกับประเทศนอกภูมิภาคจากคู่เจราจาเดิม คือ 10+3 ไปสู่ประเทศรัสเซีย นิวส์ซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหรัฐฯ รวมไปถึงสหประชาชาติด้วย ประเทศไทยในฐานะเป็นตัวแทนในกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ก็มีกรอบสำคัญที่จะยืนยัน ว่าภูมิภาคอาเซี่ยนขณะนี้ก็ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิ์มนุษยชนรวมถึงการเลือกตั้งในพม่า ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญ และหารือในส่วนนี้ได้มีการจะวางกรอบความร่วมมือในระดับโลก ทั้งทางเศรษฐกิจ และความมั่นคง ต่อไปด้วย
นอกจากนี้ การที่นายอภิสิทธิ์ พบกับผู้นำประเทศกัมพูชา พบว่ามีความพอใจในการแก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องเขตแดน และ กระชับความสัมพันธ์สองประเทศ รวมทั้ง นายกฯกัมพูชาได้ยืนยันว่า จะตรวจสอบเรื่องแกนนำนปช.ที่หลบอยู่ในกัมพูชา แม้โฆษกรัฐบาลกัมพูชาจะออกมาบอกว่าแกนนำบางคนไม่ได้พำนักอยู่ในกัมพูชาแล้วก็ตาม แต่ข้อมูลจากทางการไทยได้รับมานั้น รับทราบว่ามีการใช้เอกสารปลอมโดยนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง โดยทางกัมพูชารู้เท่าไม่ถึงการ ซึ่งนายกฯกัมพูชาก็รับปากว่าจะติดตามเส้นทางการเดินทางของแกนนำที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย และมีหมายจับอยู่ในขณะนี้ทุกคน







