
ปชป. วอนหยุดกดดันศาลรธน.
ปชป.วอนหยุดกดดันศาล รธน. ระบุ พรรคมีความพร้อมในการแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจา ในวันที่ 29 พ.ย.นี้
ปชป.วอนหยุดกดดันศาล รธน. ระบุ พรรคมีความพร้อมในการแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจา ในวันที่ 29 พ.ย.นี้
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นแถลงการณ์ปิดคดียุบพรรคแถลงการณ์ปิดคดียุบพรรคการใช้เงินสนับสนุนพรรคการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ พรรคมีความพร้อมในการแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจา ในวันที่ 29 พ.ย. ซึ่งตลอด 64 ปี ที่พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นสถาบันทางการเมือง ได้ยึดถือกฎหมาย ความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต ในการทำงาน ซึ่ง ก่อนที่จะมีการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้ฝ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องแทรกแซงศาลและกระบวนการยุติธรรม
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การชุมนุมในวันที่ 19 พ.ย. ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พรรคกังวลว่าจะเป็นการกดดันไปสู่ การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ จึงอยากให้ทุกฝ่ายช่วยประคับประคองประเทศ เพื่อไม่ให้ได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ จะหยิบ 6 ประเด็น ของคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ชุดนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่2 พ.ย. และในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์แม้ที่ผ่านจะมีมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ครั้งนี้เมื่อมีข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปเข้ามาใหม่ ก็ต้องนำเข้าที่ประชุมครั้งต่อไป
ด้านนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ในฐานะทีมกฎหมายคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เรื่องกระแสกดดันให้เปลี่ยนตุลาการรัฐธรรมนูญคดียุบพรรคประชาธิปัตย์นั้น อยากขอกราบเรียนไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญว่า อย่าได้หวั่นไหว ถ้าเราผิดจริง เราพร้อมน้อมรับผลการตัดสิน เรื่องการกดดันตุลาการก็มีมาอย่างต่อเนื่อง นามสกุลเดียวกับ ส.ส.ก็ถูกกดดัน เรียนรุ่นเดียวกันก็ถูกกดดัน เพื่อเป็นวิธีการที่ทำให้ผู้มีอำนาจวินิจฉัยให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ เช่นกรณีคณกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ที่กฎหมายให้อำนาจประธาน กกต.เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง มีอำนาจวินิจฉัยคดี ถ้าเห็นว่า เรื่องไหนไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ก็สามารถทำได้ แต่คดีของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ข้อหา ก็เกิดการเคลื่อนไหวกดดัน กกต.จนถึงกับมีการพูดว่า ต้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ แล้ว กกต.จะไม่ถูกกระทำ เป็นกระบวนการบีบคั้นองค์กรอิสระและเอาคืนจากการยุบไทยรักไทยและพลังประชาชน คนที่เคลื่อนไหวสังกัด 2 พรรคนี้ อยากขอกราบเรียนไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญว่า อย่าได้หวั่นไหว ถ้าเราผิดจริง เราพร้อมน้อมรับผลการตัดสิน
ทั้งนี้ถ้าไม่มีการยุบพรรค จะเกิดข้ออ้างให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่นั้น ส่วนตัวเห็วน คนหวังร้ายกับบ้านเมือง ถึงไม่มีอะไรเขาก็หวังร้าย มุ่งร้ายเสมอ รัฐบาลก็มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ถ้าพรรคไม่ถูกยุบ เขาจะเคลื่อนไหวเขาก็หาเหตุอื่นอ้างได้ รัฐบาลเองต้องสร้างความเข้าใจ อำนวยให้เกิดความปรองดอง ไม่ให้ประชาชนถูกชักจูงเป็นเครื่องมือ
“คนที่เขาจะสร้างความปั่นป่วน ถ้าประชาชนตอบรับ เขาก็ทำทั้งนั้น อย่างเมื่อช่วง 12 มี.ค.ถึงปลาย พ.ย. ก็ไม่ได้เกี่ยวกับการยุบพรรค เขาหาเหตุอ้างว่าการยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณมิชอบ นี่ก็จะอ้างว่า ถ้าไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เป็นสองมาตรฐาน หรือแค่ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 49 คน เป็นสองมาตรฐาน ถ้าจะเคลื่อนไหว จะอ้างอะไรก็ได้ ทั้งนี้ เท่าที่ตรวจสอบ การเคลื่อนไหวใต้ดินเบาลง มันจุดประกายไม่ติด ประชาชนรู้เช่นเห็นชาติแล้วว่า ครอบครัวที่เสียชีวิต คนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ได้ดูแลเขาไหม แล้วคนที่ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ ก็ได้เสวยสุขอยู่ในต่างประเทศไหม หรือเขาได้รับความช่วยเหลือไหม” นายถาวร กล่าว







