
ธ.ก.ส.ชวนเด็กอาชีวะซ่อมเครื่องจักรการเกษตรจากน้ำท่วม
ธ.ก.ส.ชวนเด็กอาชีวะ และบริษัทเอกชนตั้งทีมลุยซ่อมเครื่องจักรการเกษตร พร้อมตั้งวงเงิน 1 หมื่นล้าน ปล่อยกู้ซ่อมบ้าน ซื้อเครื่องจักรและฟื้นฟูผลผลิต
ธ.ก.ส.ชวนเด็กอาชีวะ และบริษัทเอกชนตั้งทีมลุยซ่อมเครื่องจักรการเกษตร พร้อมตั้งวงเงิน 1 หมื่นล้าน ปล่อยกู้ซ่อมบ้าน ซื้อเครื่องจักรและฟื้นฟูผลผลิต
นายวินัย เครือตรีประดิษฐ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้ประสานความร่วมมือกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาแต่ละจังหวัดที่ประสบอุทกภัย และบริษัทผู้จำหน่ายเครื่องจักรกลทางการเกษตร เช่น บริษัททะเลทองแฟคเตอรี่ บริษัทยันม่าร์เครื่องจักรกลทางการเกษตร บริษัทยันม่าร์ เอสพี จะตั้งทีมเพื่อเข้าช่วยเรื่องการซ่อมแซมเครื่องยนต์ทางการเกษตรของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจะเริ่ม
โครงการนำร่องในวันที่ 1 พ.ย. นี้ ใน 4 จังหวัดได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ กำแพงเพชร และสระแก้ว เพื่อเร่งฟื้นฟูการประกอบอาชีพของเกษตรกรหลังน้ำลดให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
" จะส่งนักเรียนอาชีวะ และบริษัทเอกชนจะส่งทีมช่างเข้าร่วมโดยไม่คิดค่าแรง และแถมอะไหล่ฟรีเช่น น้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง ชุดปะเก็นต่างๆ ส่วนอะไหล่ที่นอกเหนือจากนี้จะลดราให้ตั้งแต่ 40% - 50 % หรือกรณีที่เครืองจักรเสียหายต้องการซื้อใหม่ก็จะขายในราคาพิเศษ เริ่มโครงการ 1 พ.ย. - 31 ธ.ค. นี้
" นายวินัยกล่าว
ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้เตรียมวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อทำโครงการสินเชื่อพิเศษช่วยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเช่น สินเชื่อเพื่อการซ่อมแซมบ้าน สินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ ปล่อยกู้ตามจริงอิงตามหลักประกัน คิดดอกเบี้ยพิเศษ 3 เดือนแรกไม่มีดอกเบี้ย ตั้งแต่เดือนที่ 4 ถึงปีที่ 3 คิดดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี ( MRR ) ซึ่งเท่ากับ 6.75 % ลบ 2 % และในปีที่ 4 - 5 คิดดอกเบี้ย MRR ลบ 1 %
และในกรณีที่ประสบภัยร้ายแรงมากกว่า 50 % ของมูลค่าผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้เป็นเวลา 3 ปี และงดคิดดอกเบี้ยเงินกู้เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปีบัญชี 2553 - 2555
สำหรับการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้นในพื้นที่ประสบภัย 41 จังวหัด มีลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ได้รับผลกระทบ 3.5 แสนครัวเรือน คิดเป็นต้นเงินกู้ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท แยกเป็นพื้นที่ทำนาได้รับความเสียหาย 5.55 ล้านไร่ พืชอื่นๆ 1.27 ล้านไร่ พื้นที่ทำประมงเสียหาย 1.35 หมื่นไร่ สัตว์ปีกเสียหาย 4.96 แสนตัว และปศุสัตว์เสียหาย 1.65 หมื่นตัว







