
สพฉ.ชี้ "ย้ายโรงพยาบาล" ช่วยรอดชีวิตยิ่งขึ้น ประชาชนต้องเข้าใจหลักการ
ฟังอีกมุมฝั่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ทุกขั้นตอนระบบมุ่งช่วยชีวิต หากไม่เข้าใจสอบถามศูนย์ร้องเรียนก่อนตัดสิน
ฟังอีกมุมฝั่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ทุกขั้นตอนระบบมุ่งช่วยชีวิต หากไม่เข้าใจสอบถามศูนย์ร้องเรียนก่อนตัดสิน
หนึ่งในเรื่องราวบนโซเชียลที่ผู้คนรให้ความสนใจในสัปดาห์นี้ก็คือ เคสผู้บาดเจ็บถูกไฟคลอกจากเหตุโรงงานสารเคมีระเบิด โดยผู้ป่วยมีบาดแผลไหม้ในระดับสูงสุดที่ระดับ 3 (Third degree burn) มากถึง 95% ของร่างกายทางโรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังศูนย์ช่วยเหลือที่มีความพร้อมมากกว่า เพื่อรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที
แม้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วที่โรงพยาบาลปลายทาง ขณะที่ญาติผู้ป่วยก็เข้าใจถึงเหตุและผล ตลอดจนขั้นตอนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ทว่ายังมีประชาชนจำนวนอีกไม่น้อยที่แคลงใจสงสัยขั้นตอนการรักษาอย่างกรณีตัวอย่างนี้เป็นเช่นใดกันแน่?
ช่วยจนพ้นภาวะฉุกเฉินก่อนส่งต่อ
นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) อธิบายว่า โรคทุกโรคมีความเหมือนและแตกต่าง โดยโรคเดียวมีทั้งความรุนแรงและความละเอียดอ่อนในการรักษาแตกต่างกัน จุดนี้ต้องใช้ความรู้เฉพาะด้านจากเจ้าหน้าที่แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพประเมินว่าต้องรักษาอย่างไร และสมควรจะส่งต่อผู้ป่วยในกรณีที่ต้องใช้ขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นในการรักษาหรือไม่ แต่ทั้งนี้การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินต้องช่วยให้พ้นภาวะฉุกเฉินแล้วจึงจะส่งต่อ
"ทางโรงพยาบาลมีระบบจัดส่งผู้ป่วยซึ่งจะประสานกันระหว่างหน่วยงานอยู่แล้ว เพื่อให้ช่วยเหลือคนไข้ในขีดความสามารถและส่งต่อไปอย่างปลอดภัย ข้อนี้บางทีประชาชนอาจเกิดความสงสัยการที่โรงพยาบาลไม่รับรักษาเพราะอะไร"
"ประชาชนทั่วไปไม่สามารถอ่านระดับอาการได้ถูกต้อง เพราะขนาดผู้ป่วยบางรายยังไม่รู้ตัวเองว่าระดับขั้นที่เขาป่วยอยู่นั้นที่ระดับขั้นไหน รู้แค่จะหมดสติเป็นลมหรือปวดจากอาการดังกล่าว ฉะนั้นการที่ประชาชนจะเลือกเข้าโรงพยาบาลไหนเองแบบถูกอาการของโรคนั้นยากมาก"
แจ้งอาการความเป็นไปได้ในการรักษาให้ผู้ป่วย-ญาติรับทราบ
หลังจากแพทย์ประเมินความรุนแรงของอาการ ขั้นต่อมาคือการเข้าช่วยเหลือ โดยแพทย์จะแจ้งอธิบายคนไข้ถึงผลลัพธ์ในการรักษา ระดับความรุนแรงระดับมาก-น้อยแค่ไหน เพื่อให้ประชนมีการเตรียมตัว มีการตัดสินใจ เป็นการวางแผนรักษาร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลกับตัวผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย
“หากเกิดเหตุฉุกเฉินก็จำเป็นต้องเข้ารักษาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยได้อย่างทันท่วงที คือระบบการช่วยเหลือมันเป็นวิชาชีพ กรณีฉุกเฉินแพทย์ก็มีวิธีว่าจะทำอย่างไรก่อนและหลัง ซึ่งในขั้นการช่วยเหลือนี้หากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น จากความประมาทก็ดี ความรุนแรงของผู้ป่วยผู้บาดเจ็บเองก็ดี มันสามารถเกิดขึ้นได้ช่วงวิกฤตนี้ ตรงนี้ก็มีช่องทางในการร้องเรียน เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถเข้าใจได้ แล้วก็มีสิทธิ์ที่จะถามหรือว่าเรียกร้องความเป็นธรรม”
ในรายงานสถานบริการในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีเกณฑ์การแบ่งระดับความสามารถทางการรักษาดังนี้
ระดับที่ 1 มี 2 ขั้น
คือระดับปฐมภมิ บริการส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟู รักษาโรค เบื้องต้น โดยบุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์
ระดับปฐมภูมิหลัก บริการ ส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟู รักษาโรคเบื้องต้นถึง ระดับผู้ปวยนอก โดยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรือเวชปฏิบัติครอบครัว ทันตแพทย์ เภสัชกร
ระดับที่ 2 มี 3 ขั้น
ระดับบริการทุติยภูมิระดับต้น บริการรักษาโรคทั่วไป ถึงระดับผู้ป่วยใน โดยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรือเวชปฏิบัติครอบครัว
ระดับทุติยภูมิระดับกลาง ให้บริการรักษาโรคโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาหลัก (Major)
ระดับบริการทุติยภูมิระดับสูง ให้บริการรักษาโรคโดยแพทย์เฉพาะทางสาขารอง (Minor)
ระดับที่ 3 แบ่งเป็น 2 ขั้น
บริการตติยภูมิระดับสูงที่สุด บริการรักษาโรค โดยแพทย์เฉพาะทางสาขาต่อยอด (Sub-specialty)
และระดับบริการ (Excellence Center) บริการรักษาโรค โดยแพทย์สาขาต่อยอด ใน 4 ศูนย์หลักๆ เช่น ศูนย์หัวใจ ศูนย์มะเร็ง ศูนย์อุบัติเหตุและศูนย์ปลูกถ่านอวัยวะ
"หลักการปฐมพยาบาล" สิ่งที่ประชาชนควรรู้
รองเลขาธิการฯ สพฉ. กล่าวเสริมว่า สิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญ และเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องมีความรู้ติดตัว คือเรื่องหลักการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดนาทีชีวิต
"อย่างเคสที่มีการป่วยกันบ่อยๆ เช่น หัวใจขาดเลือด ประชาชนจะต้องรู้หลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพราะว่าจะได้ช่วยเหลือตัวเองหรือช่วยเหลือคนข้างเคียงได้ หรือโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันที่เกิดเหตุต้องถึงมือแพทย์โดยไวที่สุด นอกจากนี้ยังมี เบอร์โทร 1669 ที่ต้องจำให้ได้และพยายามที่จะใช้ก่อนเพื่อที่ศูนย์จะได้ส่งรถพยาบาลเข้าช่วยเหลือได้ทัน รวมทั้งมีข้อควรรู้เรื่องการทำ CPR ถูกวิธี รู้วิธีการใช้เครื่องช่วยกระตุกหัวใจAEDเพื่อให้ผู้ป่วยมีชีวิตจนถึงมือแพทย์ช่วยเหลือ"







