
วิกฤตอาหารโลกอานิสงส์ส่งออกไทย
ท่ามกลางภาวะเชื่องช้าทางเศรษฐกิจ ภัยร้ายในตลาดเงินและตลาดทุนโลก และสงครามค่าเงินยังคงมีเรื่องที่ต้องจับตาอีกประการหนึ่ง
ท่ามกลางภาวะเชื่องช้าทางเศรษฐกิจ ภัยร้ายในตลาดเงินและตลาดทุนโลก และสงครามค่าเงินยังคงมีเรื่องที่ต้องจับตาอีกประการหนึ่ง
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ท่ามกลางภาวะเชื่องช้าทางเศรษฐกิจ ภัยร้ายในตลาดเงินและตลาดทุนโลก และสงครามค่าเงินยังคงมีเรื่องที่ต้องจับตาอีกประการหนึ่ง คือ ภาวะของการขาดแคลนอาหารโลก และวิกฤตราคาสินค้าอาหาร
ยิ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศ และภัยธรรมชาติกำลังตอบโต้และเอาคืนประชากรโลกในเกือบทุกประเทศด้วยความผันผวนเช่นนี้แล้ว สินค้าหลายชนิดที่ต้องพึ่งพิงธรรมชาติและภูมิอากาศจำต้องรับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) คาดการณ์ราคาสินค้าจำพวกเนื้อสัตว์ น้ำตาล ข้าว ข้าวสาลี และข้าวโพด ว่ามีความอ่อนไหว และไม่แน่นอนสูง มีความเป็นไปได้มากว่าราคาจะวิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 25 ปีนี้
ปกติแล้ว ประชาชนส่วนมากในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาใช้รายได้ราว 6070% ไปกับเรื่องของอาหาร ดังนั้นภาวะการขาดแคลนซึ่งนำมาสู่ภาวะราคาสินค้าที่กระเตื้องขึ้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ และการดำรงชีวิต
กระทั่งทางเวิลด์แบงก์ต้องขยายโครงการความช่วยเหลือด้านวิกฤตอาหาร (Global Food Crisis Response Programme :GFRP) ซึ่งเป็นการมอบเงินมูลค่าถึง 760 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับหลายประเทศที่มีความเสี่ยงต่อภาวะความผันแปรของราคาอาหาร
สำทับเสียงจากทางองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ซึ่งเกรงกระทั่งว่าจะเกิดเป็น “วิกฤต” ด้านอาหารครั้งใหญ่ นำไปสู่ภาวะราคาสินค้าที่ทะยานขึ้นเหมือนเมื่อช่วงปี 20072008 ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ ที่ประเทศโมซัมบิกเกิดจลาจลแย่งชิงขนมปังจนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตถึง 12 ราย มีรายงานภาวะขาดแคลนผลผลิตข้าวสาลีในรัสเซีย เนื่องจากภาวะความแห้งแล้งเข้าเยี่ยมเยือน
แม้กระทั่งรัฐบาลอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมทั้งบราซิล เคนยา ไนจีเรีย ก็แง้มเตือนประชากรในประเทศถึงความเป็นไปได้ของภาวะขาดแคลนอาหารที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2554 เนื่องจากผลของความแห้งแล้ง และภาวะความเสียหายจากน้ำท่วมในปีนี้
และเชื่อว่าขณะนี้บรรดาเทรดเดอร์กำลังใช้กำลังภายในกลยุทธ์ธุรกิจเร่งสต๊อกสินค้า เพื่อปล่อยขายในช่วงที่มีราคาสูง
ทั้งนี้ ตัวเลขและการคาดการณ์ดังกล่าวมีเค้าลางความเป็นไปได้สูง ด้วยดัชนีในหลายๆ ด้าน
ดัชนีราคาสินค้าโลกเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ขยับขึ้นราว 5% และในขณะนี้กำลังลอยอยู่ในระดับที่สูงที่สุดในรอบ 2 ปี ข้อมูลนี้เปิดเผยโดยทางสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
ย้อนกลับไปดูทิศทางโดยรวมในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ก็จะพบว่าราคาข้าวสาลี และข้าวโพดเพิ่มสูงขึ้น 57% ขณะที่ราคาข้าวเพิ่มขึ้น 45% และราคาน้ำตาลเพิ่มขึ้น 55%
หรือกระทั่งเจาะลงไปที่ราคาของสินค้าจากภาคอื่นๆ ก็จะเห็นแนวโน้มไม่ต่างกัน
ข้าวสาลี พืชพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากข้าวโพด และข้าว โดยมีจีนเป็นผู้ครองสัดส่วนการผลิตมากที่สุด โดยในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในชิคาโก (The Chicago Board of Trade) ก็มีสัญญาณของวิกฤต ด้วยราคาของข้าวสาลีไต่ระดับสูงขึ้นมากกว่าครึ่งนับตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย.
คาร์กิลล์ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการเกษตรรายใหญ่ของสหรัฐ และซูเคร เอ ดองเคร ของฝรั่งเศส สองผู้ค้าน้ำตาลทรายดิบรายใหญ่ของโลก ซึ่งครองสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของตลาด ก็กังวลกับสถานการณ์น้ำตาลในโลกเช่นกัน โดยชี้ว่าในช่วงอีก 23 เดือนนี้ อุปทานจะลดต่ำลงมาก และจะเป็นปัจจัยที่ผลักให้ราคาน้ำตาลถีบตัวสูงขึ้นอีก จนอาจทำให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกเหยียบทำสถิติสูงสุดในรอบ 30 ปี
สำหรับตลาดข้าวทางสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (ไออาร์อาร์ไอ) เตือนว่า ภัยทางธรรมชาติทั้งภาวะน้ำท่วมในปากีสถาน ผสมปนเปกับทั้งความแห้งแล้งและน้ำท่วมในจีนจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกลดลงราว 510% ซึ่งแม้จะไม่ส่งผลรุนแรงกระทั่งดันราคาข้าวในตลาดโลกซ้ำรอยภาวะวิกฤตในปี 2008 แต่ด้วยกลไกตลาด เมื่ออุปทานลดลง ราคาก็จะผันผวน
แม้จะเป็นเรื่องที่น่าวิตกอีกประเด็นหนึ่งของโลก ที่ต้องเร่งอุดรอยรั่ว ทว่าภาวะดังกล่าวสำหรับเกษตรกรไทยแล้ว น่าจะข่าวดี และโอกาสชิ้นโต ในฐานะผู้ส่งออกสินค้าเกษตร ทั้งน้ำตาล ข้าว เป็นอันดับต้นๆ ของโลก
สิ่งที่ต้องหวังก็เพียงแต่ว่า ภัยธรรมชาติจะไม่มาย่ำยีไทยมากจนกระทั่งเสียโอกาสทองครั้งนี้ไป
เพราะที่มาของความผันผวนของราคาสินค้าโลกที่เกิดขึ้น ปัจจัยหลักล้วนมากจากสภาพอากาศที่มาลดทอนผลผลิตทั้งสิ้น
รายงานของทางยูเอ็นว่าเรื่องของภาวะภัยพิบัติในพื้นที่เอเชียแปซิฟิก แนะว่า รัฐบาลของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคต้องพัฒนาศักยภาพในการประเมินความเสี่ยง และการรับมือกับภัยพิบัติให้มากขึ้น เพราะจากการเก็บรวบรวมข้อมูลจะเห็นชัดเจนมากว่า ภูมิภาคนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติที่รุนแรง และนั่นย่อมไม่ต่างจากการเอาภาวะเศรษฐกิจของประเทศเป็นตัวประกัน
โอกาสของเกษตรกรไทย บนวิกฤตราคาอาหารโลกครั้งนี้ เห็นทีจะต้องอยู่ที่การประเมินและการรับมือพิบัติภัยด้วยเป็นสำคัญ







