posttoday
ชาย แฮ็คส์บุกแจ้งความอ้างถูกทหารศอฉ.ขู่ทำร้าย

ชาย แฮ็คส์บุกแจ้งความอ้างถูกทหารศอฉ.ขู่ทำร้าย

28 ตุลาคม 2553

ชาย แฮ็คส์ นักปั้นดาราชื่อดัง บุกร้องกองปราบถูกชายฉกรรจ์กว่า 10 อ้างเป็นทหาร ศอฉ. รื้อค้นทรัพย์สินบริษัท เหตุขัดแย้งธุรกิจ

ชาย แฮ็คส์ นักปั้นดาราชื่อดัง บุกร้องกองปราบถูกชายฉกรรจ์กว่า 10 อ้างเป็นทหาร ศอฉ. รื้อค้นทรัพย์สินบริษัท เหตุขัดแย้งธุรกิจ

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายปารย์ธันย์ ทวีศรีธนโชค อายุ 39 ปี หรือ “ชาย แฮ็คส์” นักปั้นดารานักแสดงชื่อดัง พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.มาโนชญ์ สวนดอกไม้ พงส.(สบ2) กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่บุกเข้ามารื้อค้นทรัพย์สินบริษัท เอเชียทีวีเอฟ จำกัด ซึ่งเป็นทั้งสำนักงานและห้องส่งช่องเอเอสแอลเอ ทีวีเอฟ รายการวาไรตี้ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ตั้งอยู่เลขที่ 267 ซอยลาดพร้าว 101 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กทม.ในข้อหาบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ลักทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์ และข่มขู่ทำให้ตกใจกลัว หลังจากถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 10 คน อ้างตัวเป็นทหารจากศูนย์อำนวยแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) บุกรุกเข้ามายึดบริษัทดังกล่าว

นายปารย์ธันย์ กล่าวด้วยอาการน้ำตานองหน้าว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับการชักชวนจาก จ่าอากาศตรีนายหนึ่ง ให้เข้าร่วมบริหารงานบริษัท เอเชียดิจิตอลเทเลวิชั่น จำกัด ผลิตรายการช่องสถานีดังกล่าว ต่อมาตนจึงได้เทคโอเวอร์บริษัทดังกล่าวและรับหนี้สินที่มีอยู่ 1 ล้านบาทมาด้วย โดยเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอเชียทีวีเอฟ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งทุกขั้นตอนมีการทำสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมาตนได้ลงทุนปรับปรุงสถานที่ ซื้ออุปกรณ์ต่างๆ และจ้างพนักงานทั้งหมดกว่า 20 คน รวมเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท และตลอดกว่า 3 เดือนที่ได้บริหารงาน กิจการก็เป็นไปได้ด้วยดี แต่ระหว่างนี้ทางเจ้าของเดิมกลับมีความพยายามที่จะยึดกิจการคืนกลับไป

ชาย แฮ็คส์บุกแจ้งความอ้างถูกทหารศอฉ.ขู่ทำร้าย นายปารย์ธันย์พร้อมเพื่อนเข้าแจ้งความที่กองปราบ

นายปารย์ธันย์ กล่าวต่อว่า เมื่อเห็นว่าการทำงานเริ่มมีปัญหาขึ้น ตนจึงขอแยกตัวโดยนำรายการที่ผลิตไปออกอากาศทางทีซีเอ็นเอ็นที่อยู่ในเครือบริษัทเนชั่น ดูแลอยู่ โดยใช้ชื่อเดิมว่าช่องเอเอสแอลเอ ทีวีเอฟ และยังคงยอมรับหนี้สินเดิมต่อไป โดยขอเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอผ่อนชำระหนี้แล้ว แต่ระหว่างนั้นกลับเกิดเหตุการณ์ชายฉกรรจ์ 6 คน บุกเข้ามาในบริษัทเมื่อเวลา 18.00 -23.00 น.วันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยทั้งหมดอ้างว่าเป็นทหาร ตนกับพนักงานจึงพากันเข้าแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว โดยมีเจ้าหน้าที่สายตรวจ 2 นาย เดินทางในที่เกิดเหตุ และตรวจสอบพบว่า 2 ใน 6 คน เป็นพลเรือนไม่ใช่ทหารแต่อย่างใด

หลังจากทั้งหมดกลับออกไปแล้ว ในวันเดียวกันนี้ตั้งแต่เช้ามืดก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์อีกกว่า 10 คน อ้างตัวเป็นทหารจาก ศอฉ.ซึ่งเชื่อว่าเป็นลูกน้องของเจ้าของเดิมที่กำลังมีปัญหากันอยู่บุกเข้ามารื้อทรัพย์สินที่บริษัทตนอีกครั้ง พร้อมกับขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย จนตนต้องรีบออกมาและไม่สามารถกลับเข้าบริษัทได้อีก ซึ่งขณะนี้ทราบเพียงว่าทรัพย์สินต่างๆ ถูกขนออกมากองไว้ที่หน้าบริษัทแล้ว ตนจึงมอบให้ทนายความไปฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเนื่องจากถูกละเมิดและรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งศาลนัดไต่สวนในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ เวลา 13.00 น.ส่วนในทางคดีอาญา ตนต้องมาที่ บก.ป.เนื่องจากมีการอ้างตัวเป็นทหารทั้งที่ยังอยู่ในช่วงที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

“หากเขาต้องการบริษัทคืนกลับไปก็ควรจะฟ้องร้องเพื่อต่อสู้คดีกันตามขั้นตอนกฎหมาย แต่การใช้กำลังมาข่มขู่และทำลายทรัพย์สินกันอย่างนี้ไม่ถูกต้อง ที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ทำกันรุนแรงเช่นนี้ ทุกอย่างน่าจะพูดคุยกันดีๆ” นายปารย์ธันย์ กล่าว

ทั้งนี้ พ.ต.ท.มาโนชญ์ กล่าวว่า ได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายไว้ในเบื้องต้น ก่อนนำเรื่องผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายปารย์ธันย์ หรือ “ชาย แฮ็คส์” เดิมมีชื่อว่า พงษ์ชยุตม์ ซึ่งนับว่าเป็นนักปั้นมือทองอีกคนหนึ่งที่เคยผลักดันนักแสดงให้มีชื่อเสียงอยู่ในวงการบันเทิงหลายราย อาทิ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ น้ำฝน-พัชรินทร์ จัดกระบวนพล จิ๊บ-ปกฉัตร เทียมชัย ฯลฯ

ชาย แฮ็คส์บุกแจ้งความอ้างถูกทหารศอฉ.ขู่ทำร้าย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท