posttoday
"อุดม"ยันเปลี่ยนวิธีเลือกสว.กันการเมืองครอบงำ

"อุดม"ยันเปลี่ยนวิธีเลือกสว.กันการเมืองครอบงำ

23 พฤศจิกายน 2561

อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยันเปลี่ยนวิธีเลือกสว.กันการเมืองครอบงำและผลักดันยุทธศาสตร์ชาติให้เดินต่อ

อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยันเปลี่ยนวิธีเลือกสว.กันการเมืองครอบงำและผลักดันยุทธศาสตร์ชาติให้เดินต่อ

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวบรรยายสรุปหัวข้อ “เจตนารมณ์ของกฎหมายในการเลือก สว.” ตอนหนึ่งว่า การเปลี่ยนบทบาท สว.ไม่ใช่สภาพี่เลี้ยง เพราะที่ผ่านมาวุฒิสภาของไทยทำหน้าที่ช่วยกรอง หรือช่วยเติมในสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง แต่ช่วงที่ผ่านมาแทนที่จะเป็นการแต่งตั้งคนที่มีคุณวุฒิ กลายเป็นการเลือกตั้ง ทำให้ผู้ที่ลงสมัครเลือก สว. จะต้องพึ่งพาคนที่เป็นมืออาชีพ คือ พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง เพื่อให้ตัวเองได้รับเลือก พอเข้าสภาก็กลายเป็นกลุ่มของฝ่ายการเมือง กลุ่มของพรรคการเมืองไปเลย มองว่าบทบาทของสภาพี่เลี้ยงจึงควรลดบทบาทลงไป แต่ควรทำหน้าที่ช่วยกลั่นกรองมากขึ้น โดยคัดเลือกจากคนที่เป็นตัวแทนแต่ละอาชีพที่มีความหลากหลาย

ส่วนเรื่องอำนาจหน้าที่ของ สว. ในช่วง 5 ปีแรก สว.และ สส.จะต้องร่วมพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ส่วนการไม่ให้วุฒิสภาทำหน้าที่ถอดถอนนั้น เพราะเราเห็นว่าบทบาทนี้เป็นบทบาทที่ทำให้วุฒิสภาล่อแหลมต่อการถูกครอบงำทางการเมือง เพราะจะต้องถูกวิ่งเต้นจากคนที่ถูกถอดถอน และที่ผ่านมาก็มีคนที่ถูกถอดถอนได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แต่เรายังยืนยันให้อำนาจ สว. ในการให้ความเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการกลั่นกรองคนเข้าไปดำรงตำแหน่งสำคัญ"นายอุดม ระบุ

ส่วนบทบาทในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีช่วง 5 ปีแรกนั้น มองว่า สว.หลังจากนี้ในบททั่วไปหาก สว. 200 คน มีส่วนเลือกนายกฯด้วย ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดี ส่วนการที่ให้ สว. 250 คนในช่วง 5 ปีแรกมาร่วมเลือกนายกฯได้นั้น มองว่าไม่ใช่การสืบทอดอำนาจที่จะให้คนในรัฐบาลปัจจุบันไปมีตำแหน่งอะไร แต่เป็นการทำให้ช่วงเปลี่ยนผ่าน ไปสู่สิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนการปฏิวัติ

สำหรับการมองว่า 250 สว.จะไปรวมกับ สส. เพื่อให้ได้เสียง 375 เสียงขึ้นไปเลือกนายกฯ แต่จะบริหารได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเสียงของ สส.ส่วนใหญ่ เพราะการเมืองหลักการเลือกตั้งทั่วไปยังต้องพึ่ง สส. ไม่ใช้ไปพึ่งพิง สว. แต่มองว่า 250 เสียง สว. อาจจะต้องทำหน้าที่ปะคับปะคองบ้านเมืองด้วยซ้ำไป เพราะ 250 สว. ไม่ใช่จะไปรวมกับใครก็ได้ให้ได้ 375 เสียง แล้วเป็นรัฐบาล แต่ต้องรวมกับกลุ่มที่บริหารประเทศได้ ดังนั้น จึงเป็นการปะคับปะคองกันไปในช่วงเวลา 5 แรก

ส่วนเรื่องนายกฯคนนอกหรือคนในก็ขึ้นอยู่กับ สส.ทั้งนั้น เพราะแม้ สว.ที่มาจากการแต่งตั้ง จะมีแนวโน้มสนับสนุนฝ่ายผู้แต่งตั้ง แต่อย่าลืมว่าขณะนั้นการเมืองที่มาจากพรรคการเมืองเข้ามาสู่สภาแล้ว ทั้งนี้ ยอมรับว่าการเลือก สว.ครั้งนี้ เป็นบทเฉพาะกาล คงไม่เข้มข้น เพราะประชาชนจะมีความรู้สึกว่าโอกาสที่จะได้รับคัดเลือกเป็น สว.นั้นน้อยมาก แต่หากคิดว่าเป็นการทดลองเอาระบบเลือกกันเองมาใช้ มีอะไรที่เป็นปัญหา หรือข้อวิตกกังวลตรงไหน เพื่อที่จะได้สร้างหลักเกณฑ์ที่ดีขึ้น ซึ่งไม่ใช่ กรธ.คิดแบบลองผิดลองถูก แต่การเลือก สว.คราวนี้น่าจะเป็นบททดสอบรัฐธรรมนูญอีกมุมหนึ่ง ที่จะทำให้เห็นว่าการเมืองแบบสร้างสมดุลที่ออกแบบให้มีตัวแทนของประชาชนมาดุลและคานอำนาจกลุ่มการเมืองจะเป็นไปได้หรือไม่

"หากไม่ดีก็สามารถเปลี่ยนไปใช้รูปแบบอื่นได้ อย่างไรก็ตาม มองว่าการเมืองหลังจากนี้จะต้องเป็นการเมืองแบบประณีประนอม ไม่ว่าจะมีเสียงข้างมากแค่ไหนในการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะต้องมีการเมืองที่ยืดหยุ่นได้ เพราะฉะนั้น 250 สว.ที่แต่งตั้งโดย คสช. หากมองในมุมหนึ่ง ซึ่งคิดแทน คสช. เขาก็คงหวังว่าทำอย่างไรที่จะทำให้การปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ชาติ ที่เริ่มเดินไปแล้วได้เดินต่อ"อดีต กรธ. กล่าว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง