
กรมน้ำส่งทีมเฉพาะกิจรับมือชี-มูลล้นตลิ่ง
กรมน้ำส่งทีมเฉพาะกิจลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูล-ชี เล็งเบนน้ำระบายลงแม่โขง เพราะปริมาณการไหลเกินจุดที่ลำน้ำจะรับได้
กรมน้ำส่งทีมเฉพาะกิจลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูล-ชี เล็งเบนน้ำระบายลงแม่โขง เพราะปริมาณการไหลเกินจุดที่ลำน้ำจะรับได้
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ (ศูนย์เมขลา) ได้รายงานว่าในช่วง 2-3 วันข้างหน้ามวลน้ำท่วมที่ระบายจากแม่น้ำมูลและน้ำชี กำลังเดินทางไปบรรจบกันแถวแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ก่อนจะไหลลงไปแม่น้ำโขง จึงสั่งการให้จัดทีมเฉพาะกิจของกรมทรัพยากรน้ำ ประกอบ ด้วยทีมวิศวกรจากส่วนอุทกวิทยา และส่วนบริหารจัดการน้ำ ลงไปประจำที่อยู่แถวพื้นที่ที่แถววารินชำราบ และ โขงเจียม เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และประเมินข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
"ขณะนี้ถ้าปริมาณการไหลของน้ำเกินจุดรับได้ของลำน้ำ ก็อาจจะจะต้องหาแนวทางการ เบนน้ำออกไปได้ทันที นอกจากนี้ยังเตรียมส่งรถผลิตน้ำประปาเคลื่อนที่ไปประจำแถวพื้นที่อุบลราชธานีอีก 2 คันเพื่อผลิตน้ำสะอาดให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม"นายจตุพรกล่าว
ขณะเดียวกันในวันที่ 28 ต.ค. ได้มอบหมายให้นายบุญจง จรัสดำรงนิตย์ ผอ.ศูนย์เมขลา พร้อมทีมวิศวกร เตรียมนำโมเดลการไหลของน้ำ ที่ทางศูนย์เมขลา จัดทำขึ้นเพื่อ วิเคราะห์เส้นทางการระบายน้ำท่วมในภาคอีสาน ที่กำลังไหลไปลงแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถพยาการณ์ล่วงหน้าได้ 3-5 วันไปนำเสนอในที่ประชุมชุดนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานการศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะขณะนี้รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานประสานข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้การทำงานมีระบบมากขึ้น
ทั้งนี้ศูนย์เมขล ได้รายงานสถานการณ์น้ำในภาพรวม ในช่วงวันที่ 27-31 ต.ค. ว่า สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา สรุปได้ว่า ตามที่ได้เกิดน้ำเหนือไหลหลากในแม่น้ำเจ้าพระยา กรอปกับในระยะนี้เป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณมาก นั้นได้วางมาตรการ 4 มาตรการ คือ
1. ลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยการเพิ่มระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยา จาก 16.81 เมตร (รทก.) เป็น 17.10 เมตร(รทก.) 2. ลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จาก 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือเพียง 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 3. เพิ่มการรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์อีกจำนวน 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
4. เพิ่มการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมกันในเกณฑ์ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จึงคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุด ในกรณีที่ไม่มีฝนตกเพิ่มเติมอาจจะมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ โดยจะมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 3,400 – 3,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (คาดการณ์ไว้ 3,500 – 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ขณะที่วันที่ 27 ตุลาคม ที่บางไทรระบายน้ำ 3,319 ลบ.มต่อวินาที
สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำชี-ลุ่มน้ำมูล สรุปได้ดังนี้ ลุ่มน้ำมูล อ่างลำตะคองและอ่างลำพระเพลิง ความจุ 118 % และ 105% น้ำไหลเข้าอ่างน้อยลง ในเมืองนครราชสีมา ยังมีน้ำท่วมขัง ระดับน้ำบริเวณ อ.พิมาย เริ่มทรงตัว แนวโน้มลดลง ระดับน้ำที่สถานีสตึกสูงกว่าตลิ่ง 1 เมตร ปริมาณน้ำในลำน้ำชีที่ จ.ขอนแก่น และอ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ยังคงสูงขึ้น และล้นตลิ่ง โดยที่เขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำเก็บกัก 114% ของความจุ







