
ดวลปืนเดือดแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่
ตำรวจนครศรีฯดวลปืนเดือดแก๊งยาบ้า-ยาไอซ์รายใหญ่สมุนผู้กว้างขวางท้ายสุดยอมจำนนโยนปืนมอบตัวค้นบ้านพบเผาทำลาย-ทิ้งลงโถส้วมเพียบ
ตำรวจนครศรีฯดวลปืนเดือดแก๊งยาบ้า-ยาไอซ์รายใหญ่สมุนผู้กว้างขวางท้ายสุดยอมจำนนโยนปืนมอบตัวค้นบ้านพบเผาทำลาย-ทิ้งลงโถส้วมเพียบ
ร.ต.อ.เอกวิทย์ เกิดศิริ รอง สว.สส.หัวหน้าชุด ปปส. สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เข้าทำการล่อซื้อยาไอซ์และยาบ้าจากเครือข่ายของนายสุรเชษฐ์ พันชนะ อยู่บ้านเลขที่ 77 ม.3 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากสืบทราบว่าเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในจ.นครศรีธรรมราช นำยาเสพติดมาเช่าพักไว้ที่บ้านเลขที่ 151/2 ซ.ร่วมใจ ต.คลัง อ.เมือง ขณะเข้าตรวจค้นนายสุรเชษฐ์ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.ยิงสวนเจ้าหน้าที่มาหลายนัดแต่เดชะบุญกระสุนไม่ถูกใคร
หลังจากนั้น ร.ต.อ.เอกวิทย์ จึงวิทยุด่วนของกำลังสนับสนุนหลังจากนั้นเข้าปิดบ้านหลังดังกล่าวปรากฏว่ามีการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ออกมาเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงขู่สวนเข้าไปเพื่อบังคับการยิงของคนร้ายให้หยุดลง พร้อมกับใช้เครื่องขยายเสียงบังคับให้วางอาวุธ ทำให้นายสุรเชษฐ์ ที่หลบอยู่ภายในบ้านยอมจำนนโยนอาวุธปืน 11 มม.ออกมานอกประตู พร้อมด้วยแม๊กกาซีน
เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องขยายเสียงให้นายสุรเชษฐ์ใช้เท้าถีบประตูออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้ด้วยความระทึกพร้อมด้วยอาวุธปืน และยังเข้าควบคุมวัยรุ่นที่อยู่ภายในอีก 3 คน ประกอบด้วยนายคณิต แซ่เตียว นายยศธร สุขสงวน และ น.ส.นิตยา รัตนมณี จากนั้นจึงค้นภายในบ้านอีกครั้งพบว่ามีการเผายาเสพติดทิ้งไปเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งได้นำไปทิ้งในโถส้วม เจ้าหน้าที่ยึดได้ในกระเป๋าอีกจำนวนหนึ่ง และมีเงินสดที่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านอีกกว่า 3 หมื่นบาทเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตามภายหลังเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวนขยายผลอย่างเคร่งเครียดและพบว่านาสุรเชษฐ์เป็นลูกน้องคนสนิทของกำนันคนหนึ่งในเขต อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราชอีกด้วย







