
ป.ป.ช.ชี้ "ดวงเฉลิม"กลับรับราชการฯไม่ขัดกฎกระทรวง
ป.ป.ช. ชี้ "สมัคร" แต่งตั้ง "ดวงเฉลิม" กลับรับราชการทหาร ไม่ขัดกฎกระทรวง ได้รับการล้างมลทินตามพ.ร.บ. อีกทั้งบรรจุเพราะมีตำแหน่งว่าง เป็นเหตุข้อกล่าวหาตามที่ร้องเรียนไม่มีมูล
ป.ป.ช. ชี้ "สมัคร" แต่งตั้ง "ดวงเฉลิม" กลับรับราชการทหาร ไม่ขัดกฎกระทรวง ได้รับการล้างมลทินตามพ.ร.บ. อีกทั้งบรรจุเพราะมีตำแหน่งว่าง เป็นเหตุข้อกล่าวหาตามที่ร้องเรียนไม่มีมูล
ที่สำนักงานป.ป.ช. นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการและโฆษกคณะกรรมการ เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป เพราะไม่มีมูล กรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เรื่องกล่าวหา นายสมัคร สุนทรเวช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับพวก ดำเนินการช่วยเหลือให้นายดวง หรือดวงเฉลิม อยู่บำรุง กลับเข้ารับราชการทหาร ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน นั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2544 นายดวงเฉลิม อยู่บำรุง ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน ชั้นสัญญาบัตร และได้รับแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตร ยศว่าที่ร้อยตรี ต่อมา ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บำรุง ได้ถูกปลดให้ออกจากราชการทหาร ถูกถอดออกจากยศทหาร และถูกย้ายประเภทเป็นพ้นราชการทหารประเภท 2 เพราะกระทำผิดฐานต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป ซึ่งคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ปลด ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บำรุง ออกจากราชการทหารและถอดออกจากยศทหาร นั้น ถือว่าเป็นคำสั่งที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการถูกลงโทษทางวินัย ตามพระราชบัญญัติวินัยทหาร พ.ศ. 2476
ต่อมาพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาส ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 ได้ประกาศใช้บังคับ
ซึ่งในมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดว่า ผู้ถูกลงโทษทางวินัยหมายความว่า ผู้ถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์เพราะกระทำผิดวินัย ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งของกระทรวง ทบวง กรม และให้หมายความรวมถึงผู้ถูกลงโทษ หรือลงทัณฑ์โดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัย และในมาตรา 5 ได้กำหนดให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ถูกลงโทษทางวินัยในกรณีซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 และได้รับโทษหรือรับทัณฑ์ทั้งหมดหรือบางส่วนไปก่อน หรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ดังนั้น การที่ ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บำรุง ถูกลงโทษให้ปลดออกจากราชการ ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2550 จึงได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย และถือได้ว่า ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บำรุง ไม่เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัยมาก่อน
ต่อมา นายดวง หรือดวงเฉลิม อยู่บำรุง ได้ขอกลับเข้ารับราชการทหาร โดยนายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามอนุมัติบรรจุนายดวง หรือดวงเฉลิม อยู่บำรุงกลับเข้ารับราชการและแต่งตั้งยศเป็นว่าที่ร้อยตรี ซึ่งจากการไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การบรรจุดังกล่าวเนื่องจากมีตำแหน่งว่าง และในการรับเงินเดือนมีผลนับแต่วันที่มีคำสั่งบรรจุกลับเข้ารับราชการไม่ได้มีผลย้อนหลังถึงวันที่พ้นราชการทหารประเภท 2
นอกจากนี้ การบรรจุนายดวง หรือดวงเฉลิม อยู่บำรุง กลับเข้ารับราชการทหาร ไม่ปรากฏว่าขัดต่อระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการบรรจุ การโอน และการบรรจุกลับเข้ารับราชการ พ.ศ. 2529
เนื่องจาก ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บำรุง ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 ซึ่งถือว่า ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บำรุง ไม่เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัยมาก่อน และแม้การบรรจุกลับเข้ารับราชการจะไม่ได้ส่งเรื่องให้กรมเสมียนตราดำเนินการ ก็ไม่ถือว่าเป็นอันเสียไป เพราะอำนาจการบรรจุกลับเข้ารับราชการในสำนักงานรัฐมนตรีเป็นอำนาจของ นายสมัครสุนทรเวช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ก็ ไม่ปรากฏว่าการบรรจุนายดวง หรือดวงเฉลิม อยู่บำรุง กลับเข้ารับราชการทหาร ก่อให้เกิดความเสียหายแก่กระทรวงกลาโหมประการใด หรือมีการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป







