
ปปช.ไม่รับพิจารณาเรืองไกรร้องส.ส.คลอดกม.ขึ้นเงินเดือน
ป.ป.ช. ไม่รับพิจารณา กรณี เรืองไกร ร้อง 253 ส.ส.เห็นชอบร่างพ.ร.บปรับขึ้นเงินเดือนตัวเอง ชี้อยู่นอกอำนาจหน้าที่ของป.ป.ช.ที่จะไต่สวน
ป.ป.ช. ไม่รับพิจารณา กรณี เรืองไกร ร้อง 253 ส.ส.เห็นชอบร่างพ.ร.บปรับขึ้นเงินเดือนตัวเอง ชี้อยู่นอกอำนาจหน้าที่ของป.ป.ช.ที่จะไต่สวน
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการและโฆษกคณะกรรมการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมป.ป.ช. มีมติไม่รับพิจารณาตามที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้มีหนังสือกล่าวหา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 253 คน ร่วมพิจารณาและออกเสียงลงคะแนนให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554
เนื่องจากมีการตั้งงบกลางที่มีการตั้งยอดเงินให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภารวมอยู่ด้วย ในอัตราร้อยละ 5 ของอัตราเงินเดือนเดิม ประมาณคนละ 3,100 บาท จำนวน 360 คน รวมเป็นเงินประมาณ 12 ล้านบาทอันเป็นการกระทำที่เข้าลักษณะเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติ มาตรา 168 วรรคหก ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดว่า ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร การเสนอการแปรญัตติ หรือการกระทำด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายจะกระทำมิได้
อีกทั้ง อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 นั้น
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า ในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 168 วรรคหก นั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 168 วรรคเจ็ด กำหนดให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา และหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการกระทำฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคหก ให้การเสนอ การแปรญัตติหรือการกระทำดังกล่าวสิ้นผลไป
นอกจากนี้ การกระทำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 253 คนดังกล่าว เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนด มิใช่การเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ได้ เรื่องกล่าวหานี้จึงมิใช่เรื่องกล่าวหา สมาชิกสภา-ผู้แทนราษฎร กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นที่จะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ที่ประชุมจึงมีมติไม่รับพิจารณา







