
น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่งเทศบาลนครอุบลฯ-วารินชำราบยพหนีน้ำท่วม
แม่น้ำมูลสูงล้นตลิ่งเทศบาลนครอุบลฯส่วนเทศบาลวารินชำราบอพยพชาวบ้านหนีน้ำท่วม ขณะที่ 3 อำเภอสุรินทร์อ่วมน้ำท่วมแล้ว ส่วนชาวนาราษีไศลลุยเกี่ยวข้าวก่อนที่น้ำท่วมเสียหายหมด
แม่น้ำมูลสูงล้นตลิ่งเทศบาลนครอุบลฯส่วนเทศบาลวารินชำราบอพยพชาวบ้านหนีน้ำท่วม ขณะที่ 3 อำเภอสุรินทร์อ่วมน้ำท่วมแล้ว ส่วนชาวนาราษีไศลลุยเกี่ยวข้าวก่อนที่น้ำท่วมเสียหายหมด
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูลเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเอ่อล้นตลิ่งไหลบ่าเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูลและที่ลุ่มหลายแห่งในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบ ซึ่งเป็นชุมชนริมฝั่งแม่น้ำมูลอยู่ในที่ต่ำ ทำให้มีน้ำเอ่อไหลท่วมขังชุมชนเป็นจุดๆ โดยเฉพาะชุมชนในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ต้องอพยพประชาชนจำนวน 15 ชุมชน 406 ครอบครัวไปอยู่ในพื้นที่สูง
นอกจากนี้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จำนวน 10 ชุมชน 437 ครัวเรือน ซึ่งอยู่สองฝั่งลำน้ำมูล ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมแล้ว โดยได้ทำการขนย้ายทรัพย์สินมีค่ามาอยู่ในพื้นที่ จุดอพยพชั่วคราว บริเวณสวนสาธารณะห้วยม่วง ห้วยวังนอง เชิงสะพานศรีนครินทร์ และบริเวณสำนักงานที่ดินอ.วารินชำราบ
3 อำเภอสุรินทร์อ่วมเดือดร้อนกว่า 800 ครอบครัว
นายอำนวย จันทรัฐ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ปริมาณน้ำจำนวนมากที่ไหลมาจาก จ.นครราชสีมา ลงสู่แม่น้ำมูลเอ่อท่วมบุรีรัมย์ ก่อนไหลมาส่งผลกระทบอ.ท่าตูม ชุมพลบุรี และ รัตนบุรี จ.สุรินทร์ แล้ว ทำให้พื้นที่ทางการเกษตรและส่งผลกระทบต่อชาวบ้านทั้ง 3 อำเภอดังกล่าวเดือดร้อนแล้วกว่า 800 ครัวเรือน และคาดว่า 1-2 วันข้างหน้านี้สถานการณ์ท่วมจะขยายวางกว้างและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ทางด้านนายยเสริม ไชยณรงค์ ผวจ.สุรินทร์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนเตรียมการช่วยเหลือและรับมืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเตรียมอาหาร ต้องมีความพร้อมในการนำออกแจกจ่าย หากสถานการณ์รุนแรงมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าให้จัดเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง และกรณีการตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ประสบภัย เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ก็ได้กำชับทุกหน่วยงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ห้ามมิให้มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตามขณะนี้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 ได้สนับสนุนรถลำเลียงและกำลังพล เข้าเตรียมความพร้อมในพื้นที่แล้ว และมีการระดมเรือท้องแบนเข้าประจำในพื้นที่เสี่ยงเพื่อรองรับสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนที่ต้องเคลื่อนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยง หากระดับน้ำในแม่น้ำมูลยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 วันนี้
ชาวนาราษีไศลเร่งเกี่ยวข้าวก่อนเสียหายหมด
เกษตรกรชาวนาในเขตอ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำมูล ต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวที่กำลังเริ่มสุก และบางรวงก็ยังไม่สุก แต่ต้องเก็บเกี่ยวออกเพราะน้ำกำลังท่วมต้นข้าว ต้องใช้เรือมาลอยลำเกี่ยวข้าว เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล้นฝั่งออกท่วมไร่นาข้าวที่กำลังออกรวง รวงข้าวเริ่มสุกบางไม่สุกบ้าง
ทางด้านนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้ประกาศให้ 4 อำเภอ ได้เฝ้าระวังปริมาณน้ำที่กำลังไหลมาตามลำน้ำมูล จะเข้าท่วมศรีสะเกษ โดยให้เฝ้าระวังในเขตอำเภอศิลาลาด, ราศีไศล, กันทรารมย์ และอำเภอเมืองศรีสะเกษ
น้ำมูลท่วมอำเภอพุทไธสง-คูเมืองใกล้ทรงตัว
สถานการณ์น้ำเหนือที่ไหลจากจ.นครราชสีมา ลงสู่ลำน้ำมูล เข้าเอ่อท่วมไร่นา วัด โรงเรียน และบ้านเรือนราษฎร ที่อ.คูเมือง และอ.พุทไธสง กว่า 100 หลังคาเรือน นาข้าวกว่า 40,000 ไร่ เพราะทั้ง 2 อำเภอเป็นอำเภอหน้าด่าน ระดับน้ำได้เอ่อท่วมสูงกว่า 1 เมตร มานาน 4 วัน และน้ำยังได้ไหลบ่าท่วมถนนสาย อ.คูเมือง – อ.พุทไธสง บริเวณหน้าศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว สาขา 7 ต.บ้านแพ ประมาณ 5 – 10 เซนติเมตร ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้แต่รถยังสัญจรผ่านไปมาได้ ล่าสุดตั้งแต่เช้าวันนี้ระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และใกล้ทรงตัว
ทั้งนี้น้ำที่ท่วมใน 2 อำเภอ ได้ไหลบ่าเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังตั้งท้องของเกษตรกร 14 หมู่บ้าน ในเขตอำเภอแคนดง กว่า 20,800 ไร่ และท่วมบ้านเรือน ไร่นาของเกษตรกรใน 5 ตำบล ที่อำเภอสตึก อีกกว่า 20,000 ไร่ ก่อนน้ำเหนือดังกล่าวจะไหลลงไปยัง อ.ท่าตูม อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ และอำเภอต่างๆ ในเขตจังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลต่อไป
เร่งหาทางเยียวยาประชาชนหลังน้ำลดเข้าสู่ภาวะปกติ
นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาขณะนี้ระดับได้ได้เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงมีหลายพื้นที่ที่เป็นพื้นที่รับน้ำจากจังหวัดนครราชสีมา ได้ไหลไปที่ อ.เมืองยาง ,อ.ชุมพวง , อ.พิมาย , อ.ประทาย , อ.คง และ อ.โนนสูง แต่อย่างไรก็ตามระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ อ.เมืองยาง ที่เป็นพื้นที่ที่รับน้ำสุดท้ายของจ.นครราชสีมา ซึ่งจะทำให้ระดับในภาครวมของจังหวัดระดับน้ำจะท่วมขังประมาณ 2 สัปดาห์ ถึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดนครราชสีมาได้จัดทำโครงการลูกหลานย่าโมกวาดบ้านล้างเมือง เพื่อเร่งทำความความสะอาดพื้นถนนต่างๆ เหมือนโครงการ บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ เป็นการ่วมมือร่วมใจขอประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา
สำหรับการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม นั้น ทางรัฐมนตรีได้มีมติเบื้องต้นออกมาว่า ให้มีการพักชำระหนีต่างๆ เช่นหนีสหกรณ์ , หนีก้องทุนหมู่บ้าน และหนี ธกส. ให้เลื่อนออกไปอีก 1 ปี และจะจ่ายชดเชยให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เกิน 7 วัน ซึ่งส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาจะเกิด 7 วันเป็นส่วนใหญ่ โดยจะจ่ายให้ครัวเรือนละ 5,000 บาท ส่วนการชดเชยค่าเสียหายในพื้นที่ทำการาเกษตรขณะนี้ทางรัฐบาลกำลังประชุมเรื่องจำนวนเงินที่จะชดเชยต่อไร่ จากเดิม อยู่ที่ 606 บาท ว่าจะเพิ่มเป็นเท่าใด ดังนั้นตนต้องการให้ผู้ที่ประสบน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา อย่าได้เครียดและขอให้มีกำลังใจ เนื่องจากทางภาครัฐได้เร่งมือเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่







