
ทะเลหนุนทะลัก 4 จังหวัดเจ้าพระยา
ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงสุดตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 ต.ค. ทำให้พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบถ้วนหน้า โดยที่ จ.นนทบุรี ระดับน้ำสูงขึ้นกว่าปกติกว่า 2 เมตร ท่วมหลังคาบ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด และ อ.บางกรวย แต่ส่วนใหญ่ได้ขนย้ายทรัพย์สินไปไว้ที่อื่นก่อนแล้ว โดยระดับน้ำวันที่ 26 ต.ค. ถือว่าสูงที่สุดในรอบ2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยายังคงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ จ.ปทุมธานี ระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุดช่วงเที่ยงวัน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงถึง 3.10 เมตร ไหลข้ามคันกั้นน้ำที่มีความสูง 3 เมตร เข้าท่วมพื้นที่ อ.เมือง และ อ.สามโคก ขณะที่ชาวบ้านวิตกว่า ประตูน้ำที่กรมชลประทานสร้างไว้อยู่ในสภาพชำรุด และบางจุดเคยถูกแรงดันน้ำทำลายจนพังทลายมาแล้วเมื่อปี 2549 ระดับน้ำในปีนี้มีระดับเทียบเท่ากับน้ำท่วมใหญ่ปี 2538 หากประตูน้ำพังอีกน้ำจะไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เป็นวงกว้าง
วิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรี ยังเพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่มีทีท่าจะทรงตัวหรือลดลง พื้นที่วิกฤตสุดคือเกาะเมือง ซึ่งทุกฝ่ายระดมกำลังเสริมคันกั้นน้ำป้องกันเต็มที่ ล่าสุดได้ประเมินความเสียหายทั้งจังหวัดแล้วมีกว่า 3,000 ล้านบาท โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 2 แสนไร่ และเมื่อน้ำสูงขึ้นอีกในช่วง 2 สัปดาห์ จะทำให้พื้นที่เกษตรเสียหายเพิ่มอีก 2 แสนไร่ รวมความเสียหายอาจสูงถึง 5,000 ล้านบาท
ขณะที่ จ.อ่างทอง คันดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาสูง 2 เมตร ในพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 2 ต.โพสะ อ.เมือง จ.อ่างทอง ถูกน้ำกัดเซาะจนพังทลาย น้ำทะลักเข้าพื้นที่ทั้งสองหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างรีบเก็บข้าวของขึ้นบนที่สูง บางบ้านต้องหารถยนต์ขนสัมภาระแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงหนีน้ำกันอย่างโกลาหล
ด้านพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เขื่อนกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี มีน้ำในปริมาณสูงเกินกว่าเขื่อนจะรับได้ จำเป็นต้องระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีน ส่งผลให้ปริมาณน้ำในพื้นที่ อ.หนองหญ้าไซ เดิมบางนางบวช และสามชุก เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร







