ดีเบตประชาธิปัตย์คึก! 3ผู้ท้าชิงหัวหน้าพรรคหนุนแก้รธน.-ยุทธศาสตร์ชาติ20ปี
ปชป.จัดดีเบตคึกคัก "มาร์ค" ยืนยัน อุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตย "อลงกรณ์" ขอลุยการเมืองสีขาว สร้างจุดเปลี่ยนประเทศ "วรงค์"ลั่นทำให้เป็นพรรคแข็งแกร่ง
ปชป.จัดดีเบตคึกคัก "มาร์ค" ยืนยัน อุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตย "อลงกรณ์" ขอลุยการเมืองสีขาว สร้างจุดเปลี่ยนประเทศ "วรงค์"ลั่นทำให้เป็นพรรคแข็งแกร่ง
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดงาน "ดีเบต 61 ประชาธิปัตย์ คนไทยจะได้อะไร" เปิดให้ผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครหมายเลข 1 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครหมายเลข 2 และนายอลงกรณ์ พลบุตร แสดงวิสัยทัศน์
บรรยากาศก่อนการดีเบตผู้สมัครทั้ง 3 คน ได้จับมือกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการแข่งขันกันแบบสมานฉันท์ โดยมีการให้ตัวแทนสื่อมวลชนคือ นายกิตติ สิงหาปัด จากรายการสามมิติ และ นาย ณ กาฬ เลาหะวิไลย บรรณาธิการบริหารเครือบางกอกโพสต์ จำกัดมหาชน เป็นผู้ตั้งคำถาม 9 ข้อ
ในประเด็นจุดยืนการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งจะอยู่ฝั่งเผด็จการหรือไม่เอาเผด็จการ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ถ้าชนะเลือกตั้ง ก็มีสิทธิ์เลือกคนทำงาน มีหลักการ 4 ข้อ คือ ต่อต้านและต้องการปราบทุจริตอย่างจริงจัง การโกงคืออุปสรรคประเทศ 2. เรียกร้องให้เคารพกฎหมาย 3. ไม่ส่งเสริมการใช้อำนาจทางไม่ชอบ 4. จงรักภักดีต่อสถาบัน
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ถ้า ชนะเลือกตั้งอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลเองแต่ถ้าอันดับสองจะให้อันดับ 1 จัดตั้งก่อน ถ้าจัดตั้งไม่ได้ พรรคประชาธิปัตยจึงจะจัดตั้ง และยืนยันไม่เอานายกคนนอก เพราะจะเป็นชนวนก่อวิกฤตของชาติ ซึ่งจะป้องกันไม่ให้การเมืองต้องไม่มีรัฐประหารอีกต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนไทยต้องมีสิทธิ์มากกว่าการเลือกเผด็จการหรือคนโกง ประชาธิปัตย์จะเดินหน้าตามอุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตยถ้าเราได้เสียงข้างมากจะได้จัดตั้งรัฐบาล และไม่ควรมีใครฝืนเจตนารมณ์ประชาชน สำหรับเงื่อนไขตั้งรัฐบาลอยู่ที่นโยบาย เพราะเราไม่ได้เป็นรัฐบาลเพื่อตำแหน่ง แต่เป็นรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน
ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และรัฐธรรมนูญจะมีการแก้ไขหรือไม่นั้น นายอลงกรณ์ กับ นพ.วรงค์ ตอบคล้ายกันคือ จะแก้ไขในส่วนที่เป็นปัญหา
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีปัญหาไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ และมีหลายอย่างขัดแย้ง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการบริหาร โดยการปรับแก้จะต้องทำเพื่อประโยชน์ประชาชนไม่ใช่การทำเพื่อดึงอำนาจกลับมาอยู่ในมือนักการเมือง
ส่วนคำถามเรื่องจุดอ่อนของประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคอีสาน จะแก้ไขอย่างไร นพ.วรงค์ กล่าวว่า จะจ้องมีนโยบายที่จับต้องได้ทั้งเรื่อง หนี้ น้ำ ที่ดิน ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งต้องทำให้ประชาชน นายอลงกรณ์ กล่าวว่าต้องสร้าง 4 เสาเศรษฐกิจ 5 พัฒนา รวมทั้งต้องขยายฐานจากพื้นที่ ซึ่งอดีตมีสมาชิกในพื้นที่อีสานถึง 1.1 ล้านคน จากสมาชิก 2.6 ล้านคน กระจายอำนาจทำกิจกรรมไปยังสาขาพรรค
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าไม่อยากให้มองเรื่องวาทกรรมว่าประชาธิปัตย์เป็นพรรคคนใต้ คนอีสานไม่เลือก และที่ผ่านมาก็ทำนโยบายที่แก้ไขปัญหาให้คนทุกพื้นที่อย่างการแก้หนี้นอกระบบ ซึ่งบนเวทีก็ไม่ใช่ผู้สมัครจากคนใต้ เพียงแต่การที่พื้นที่ใดมีสส.มากย่อมทำให้เกิดการควบคุมทิศทางการสื่อสารแต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่จะทำให้การสื่อสารเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น
ส่วนประเด็นเรื่องรถไฟความเร็วสูง และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ให้ความสำคัญกับระบบราง โดยเฉพาะกับระบบรถไฟรางคู่ที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ในส่วนของรถไฟเร็วสูงเชื่อมกับจีนนั้นเริ่มตั้งแต่สมัยตนเองเป็นรัฐบาลซึงจะต้องเน้นการเชื่อมโยงภูมิภาค ส่วนเขตเศรษฐกิจพิเศษต้องตั้งหลักเรื่องประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ไม่เกิดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม
ส่วนประเด็นเรื่องอุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตย ที่ นพ.วรงค์ จะเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยสวัสดิการ นั้นเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็กนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปัตย์ ตามหลักการคือสนับสนุนการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ส่วนเรื่องสวัสดิการเป็นนโยบายไม่ใช่อุดมการณ์
ทั้งนี้ ผู้สมัครทั้งสามคนยืนยันว่าไม่ว่าผลการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะออกมาอย่างไร ก็จะไม่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และพร้อมสนับสนุนการทำงานของหัวหน้าพรรคคนใหม่ อย่างเต็มที่
ในช่วงการแสดงวิสัยทัศน์ช่วงสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังวันที่ 5 พ.ย. หัวหน้าพรรคคนใหม่ มีภารกิจนำพรรคเข้าสู่การเลือกตั้ง เอาประเทศออกจากหล่มที่ติดมานานกว่า 10 ปี ประชาธิปัตย์ จะเป็นทางหลักที่มีทางเลือกดีกว่า เผด็จการและคนโกงด้วยจุดยืนเสรีนิยมประชาธิปไตย สานต่อนโยบายใหม่ที่ดีและมีนโยบายใหม่
"27 ปีที่ผ่านมาผมเป็นนักการเมืองในนามพรรค ผมทุ่มเทชีวิตการทำงานของผมให้กับพรรคการเมืองพรรคนี้แต่สิ่งที่ผมทุ่มเทให้เทียบไม่ได้กับบุญคุณที่พรรคมีกับผม กับคุณูปการที่พรรคนี้มีให้กับประเทศชาติ ผมปกป้องพรรค ต่อสู้เพื่อพรรคและประชาชนในทุกสถานการณ์ ภัยคุกคามต่อพรรคยังมี ยังมีคนจ้องทำลาย ยังมีคนอยากใช้พรรคเป็นเครื่องมือ ผมไม่ยอม และผมใช้โอกาสนี้ให้เจ้าของพรรคตัวจริง พลิกวิกฤตเป็นโอกาสนอกจากรักษาพรรค รักษาอุดมการณ์แล้ว นำประเทศไทยไปสู่ความรุ่งเรืองด้วย" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ส่วนตัวเป็นคน ใจใหญ่หากชนะจะเชิญชวนทุกคนมาร่วมสร้างพรรคประชาธิปัตย์ให้แข็งแกร่ง ถ้าแพ้ก็จะให้ความร่วมมือทุกเงื่อนไข พรรคประชาธิปัตย์เป็นบ้านของทุกคนไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ตนเองรักบ้านหลังนี้ไม่น้อยกว่าคนอื่น การลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ก็เพราะเชื่อว่าจะทำให้บ้านหลังนี้เข้มแข็งได้ หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเหนื่อยแบบแสนสาหัส ความรู้สึกเหมือนสู้กับระบอบทักษิณในปี 48 บางครั้งอ้างว้าง เพราะหลายคนไม่กล้าคุยกับตนเอง แต่ตนถือว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นของตนเองเช่นกันและจะเป็นพรรคสุดท้ายที่จะใช้ชีวิตทางการเมือง
นายอลงกรณ์ ได้นำน้ำคลำจากคลองแสนแสบมาประกอบการแสดงวิสัยทัศน์ของตัวเอง ว่าเป็นตัวอย่างของการเมืองน้ำเน่าที่สร้างปัญหา ทำให้ต้องปักธงการเมืองสีขาวเหมือนน้ำบริสุทธิ์ที่ทุกคนต้องดื่ม ซึ่งจะทำให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ผู้นำต้องเด็ดขาด เด็ดเดี่ยว ถ้าตนเป็นหัวหน้าพรรคผู้สมัครสส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อจะขอใบลาออกล่วงหน้า หากมีปัญหาจะปลดทันทีหากมีปัญหาเรื่องทุจริต เป็นรัฐบาลก็จะขอใบลาออกจากรัฐมนตรีทุกคน และตนก็จะยื่นใบลาออกล่วงหน้าไว้ด้วย หากมีข่าวทุจริต กรรมการคุณธรรมจะตรวจสอบภายใน 36 ชั่วโมง ไม่ต้องรอให้ใครมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนขอโอกาสเป็นผู้นำพรรคสร้างจุดเปลี่ยนพรรค จุดเปลี่ยนการเมือง และจุดเปลี่ยนประเทศ







