
ตั้ง3ข้อหารถตู้ฝ่าไฟแดงชนนักปั่นต่างชาติดับ สารภาพเตรียมหนีออกนอกประเทศ
ตร.หิ้วตีนผี ขับรถตู้ฝ่าไฟแดงชนนักปั่นชาวฟิลิปปินส์ดับมาแถลงข่าว ตั้ง 3 ข้อหาหนัก แถมพบเสพยาหลังก่อเหตุด้วย
ตร.หิ้วตีนผี ขับรถตู้ฝ่าไฟแดงชนนักปั่นชาวฟิลิปปินส์ดับมาแถลงข่าว ตั้ง 3 ข้อหาหนัก แถมพบเสพยาหลังก่อเหตุด้วย
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิพนธ์ คล้ายสิงห์ ผกก. สภ.แสนภูดาษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำตัว นายชุติพันธุ์ บุดดาเวียง อายุ 29 ปี คนขับรถตู้ฝ่าสัญญาณไฟจราจรจนเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนเข้ากับรถจักรยานของ นายรัสเซล เปเรซ นักปั่นระยะไกลชาวฟิลิปปินส์จนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.12 น.ของวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณทางสามแยกสัญญาณไฟหัวเนิน บนถนน 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง (สิริโสธร) ด้านฝั่งขาเข้าตัวเมือง พื้นที่ ม.1 ต.คลองประเวศ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
พล.ต.ต.ธีรพล กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางทีมชุดสืบสวนได้พยายามติดตามหาหลักฐาน จนได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านค้าริมทางตรงจุดเกิดเหตุ และตามเส้นทางการหลบหนีจนทราบทะเบียนรถที่ก่อเหตุ และติดตามไปจนทราบถึงตัวผู้ขับขี่ในเวลาต่อมาว่า คือ นายชุติพันธุ์ ที่ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันเกิดในวันเกิดเหตุจริง
ผู้ต้องหาให้การว่า มีอาชีพเป็นพนักงานขับรถให้กับบริษัทนายจ้าง ซึ่งประกอบธุรกิจรถตู้รับจ้างเหมา โดยวิ่งรับส่งแบบจ้างเหมาลูกค้าจากชายแดน หรือผู้ไปเล่นการพนันในบ่อนคาสิโนเข้ามาส่งยังในกรุงเทพฯ โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 500 บาท ซึ่งในวันนั้นได้รับการว่าจ้างให้ไปส่งลูกค้าจากตลาดโรงเกลือไปยังในเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ในราคา 2,500 บาท และกำลังจะขับรถเดินทางกลับไปยัง จ.สระแก้ว
โดยขณะเกิดเหตุผู้ต้องหาอ้างว่ามองไม่เห็นคู่กรณีจึงเกิดการเฉี่ยวชนกันกับรถจักรยาน หลังเกิดเหตุแล้วได้ขับรถหลบหนีไปที่ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว โดยได้ไปแจ้งให้แก่ ผู้เป็นเจ้าของรถทราบ จากนั้นทางเจ้าของรถจึงได้ไปแจ้งเคลมประกันภัยโดยให้ปากคำว่ารถไปเฉี่ยวชนกับวัวมาจนได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะส่งรถไปซ่อมยังที่อู่ในเขตพื้นที่มีนบุรีกรุงเทพฯ โดยเจ้าหน้าที่จึงได้ไปติดตามตรวจยึดรถกลับคืนมาได้เมื่อวานนี้
จากการที่เข้าไปตรวจสอบตรงจุดเกิดเหตุ บริเวณสัญญาณไฟแยกหัวเนินซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติแล้ว พบว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุรถตู้ขับผ่านทางแยกไปนั้น เป็นช่วงจังหวะสัญญาณไฟแดงทางฝั่งของรถตู้ที่ขับผ่าน ส่วนทางฝั่งด้านของนักปั่นจักรยานที่ปั่นออกมานั้นเป็นสัญญาณไฟเขียว จึงแสดงว่าผู้ขับขี่รถตู้นั้นขับฝ่าสัญญาณไฟแดงมาเฉี่ยวชนกับรถของผู้ตา
พนักงานสอบสวนจึงได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ทำการจับกุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหา "ขับรถโดยประมาท จนเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย" และ "ขับรถก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่น ไม่หยุดช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุให้แก่เจ้าพนักงานทราบ" และ "ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง"นอกจากนี้หลังจากทำการควบคุมตัวมาสอบสวน และทำการตรวจปัสสาวะ ปรากฏว่าพบเป็นสีม่วงด้วย จึงจะได้ตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเรื่องของการเสพยาเสพติดด้วย
ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่าได้ทำการเสพยามาจริง หลังจากเกิดเหตุ เพราะเกิดความเครียดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และหากเมื่อวานนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวมาได้ ทราบว่าผู้ต้องหากำลังเตรียมที่จะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาด้วย
สำหรับการดำเนินคดีในเรื่องนี้ได้แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนของคดีอาญานั้นพนักงานสอบสวนจะได้ทำสำนวนสอบสวนตั้ง 3 ข้อหาหลัก ส่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการเพื่อฟ้องศาลต่อไป ส่วนคดีทางแพ่งนั้นเนื่องจากรถตู้คันนี้มีการทำประกันภัยประเภทหนึ่งเอาไว้กับบริษัทกรุงเทพประกันภัย ก็จะให้ทางบริษัทประกันภัยเข้ามาเจรจาในเรื่องค่าเสียหายกับทางฝ่ายของผู้ตายต่อไป







