
สภาเห็นชอบกรอบเจรจาพัฒนารถไฟไทย-จีน
ที่ประชุมร่วมรัฐสภา เห็นชอบกรอบเจรจาพัฒนารถไฟไทย-จีน โสภณ แจงไม่ได้ผูกมัดแค่จีน ถ้าประเทศอื่นมีข้อเสนอดีกว่าก็พิจารณาแน่
ที่ประชุมร่วมรัฐสภา เห็นชอบกรอบเจรจาพัฒนารถไฟไทย-จีน โสภณ แจงไม่ได้ผูกมัดแค่จีน ถ้าประเทศอื่นมีข้อเสนอดีกว่าก็พิจารณาแน่
ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติ 295 ต่อ 10 เห็นชอบร่างกรอบเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน (ครม.เป็นผู้เสนอ) ตามมาตรา 190 ซึ่งมีการพิจารณาตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยสมาชิกส่วนหนึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมโครงการดังกล่าว มีวงเงินลงทุน 7-8 แสนล้านบาทแต่กลับไม่มีข้อมูลรายละเอียด และเหตุใดถึงพุ่งเป้าจะเอาแต่เทคโนโลยีของจีนประเทศเดียว เหมือนกับล็อกสเปกกันไว้แล้ว นอกจากนี้ยังไม่มีการวิเคราะห์ความเสี่ยง ปัญหาอุปสรรค ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความเหมาะสมของภูมิประเทศ ความคุ้มทุน
โดย นายโสภณ ซารัมย์ รมว. เหตุที่เน้นประเทศจีนเนื่องจากเป็นผลของการเจรจาหารือระหว่าง 2 ประเทศที่มีการเดินทางไปเยือนกัน โดยก่อนหน้านี้จีนได้ลงทุนที่ประเทศลาวมาแล้ว ทางการไทยจึงหวังว่าโครงการของไทยจะประสบความสำเร็จแบบนั้นบ้าง อย่างไรก็ตามไม่ได้ผูกมัดเฉพาะประเทศจีนเท่านั้น เพราะหากประเทศอื่นมีข้อเสนอที่ดีกว่านี้ก็จะมีการพิจารณาเช่นกัน
ทั้งนี้การสร้างรถไฟความเร็วสูงยังต้องมีการศึกษารายละเอียดอีกมาก ซึ่งอาจจะใช้เวลา 4-5 ปีด้วยซ้ำ เพราะหากสร้างได้ถือว่าเก่งแล้ว เพราะประเทศไทยยังไม่มีศักยภาพแบบนั้น อีกทั้งจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ต้องดูว่าประโยชน์คุ้มทุนหรือไม่ จะสร้างจุดใด ต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดอีกครั้ง
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเป็นการลงทุนแบบรัฐต่อรัฐ ส่วนรายละเอียดในการเจรจานั้น ต้องขอให้รัฐสภาอนุมัติกรอบการเจรจาก่อน ส่วนรายละเอียดการเจรจาจะเป็นอย่างไรจะต้องมีการนำเสนอต่อสภาอีกครั้ง
ยืนยันว่ายังไม่มีการเจรจาแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี และรองรัฐมนตรี เพราะถือเป็นการผิดรัฐธรรมนูญ มีเพียงแต่การหารือเท่านั้น ว่าควรมีการพัฒนาการลงทุนร่วมกัน ส่วนที่มีการเป็นห่วงว่าเมื่อมีกมีการเจรจากับจีนได้แล้ว การจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ไม่ได้ผูกพันกับประเทศจีนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการแข่งขัน
"ตรงนี้ยังเป็นการหารือระหว่าง 2 ประเทศ ส่วนจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ต้องดูว่าการเจรจาจะเป็นประโยชน์หรือไม่ โดยโครงการนี้รัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพ ไม่มีใครได้หน้า ซึ่งเช่นเดียวกับการปรับปรุงพัฒนารถไฟไทยครั้งใหญ่ 1.7 แสนล้าน ที่ต้องเป็นวาระแห่งชาติ เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะรถไฟไทยอยู่ในอาการ 3 วันดี 4 วันไข้มาโดยตลอด โดยพนักงานรถไฟให้สัญญาแล้วว่าจะไม่มีการหยุดงานโดยไม่มีเหตุผล เชื่อว่าในปี 2557 หลังจากที่มีการปรับปรุงแล้ว หวังว่ารถไฟไทยที่วิ่ง เหนือ กลาง อีสาน และภาคใต้ ต้องมีความเร็วอย่างน้อย 100 กม.และต้องเป็นร5ไฟที่มีความปลอดภัย โดยจะมีการสร้างรถไฟสายเด่นชัย -เชียงรายด้วย" นายโสภณ กล่าว







