
สนองรับสั่งทรงห่วงน้ำท่วมอุบลฯ
สนองรับสั่งในหลวง องอาจให้ช่อง11รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจ.อุบลฯ พร้อมหาวิธีป้องกันเยียวยาให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 437ครัวเรือน2ฝั่งมูลจมน้ำท่วมแล้วกรมชลประสานรับสถานการณ์น้ำไหลหลาก
สนองรับสั่งในหลวง องอาจให้ช่อง11รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจ.อุบลฯ พร้อมหาวิธีป้องกันเยียวยาให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 437ครัวเรือน2ฝั่งมูลจมน้ำท่วมแล้วกรมชลประสานรับสถานการณ์น้ำไหลหลาก
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สนองรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้รับมือน้ำท่วมหนักในจ.อุบลราชธานี เนื่องจากกระแสน้ำในแม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำปาว จะไหลมารวมกันในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้
นายองอาจ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สถานีโทรทัศน์สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี รายงานสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อเตรียมหาวิธีการป้องกันและเยียวยา และในสัปดาห์นี้จะลงพื้นที่ด้วยตนเอง เพื่อประสานการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามในพื้นที่ภาคอีสานที่ติดริมแม่น้ำโขงส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคาดว่าหากไม่มีฝนตกซ้ำปัญหาก็จะมีไม่มาก
437ครัวเรือน2ฝั่งมูลจมน้ำท่วม
ที่จังหวัดอุบลราชธานี นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พบว่า ขณะนี้ประชาชนเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี จำนวน 15 ชุมชน 406 ครัวเรือน และประชาชนเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จำนวน 10 ชุมชน 437 ครัวเรือน ซึ่งอยู่สองฝั่งลำน้ำมูล ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมแล้ว โดยได้ทำการขนย้ายทรัพย์สินมีค่ามาอยู่ในพื้นที่จุดอพยพชั่วคราว เช่น บริเวณสวนสาธารณะห้วยม่วง ห้วยวังนอง เชิงสะพานศรีนครินทร์ และบริเวณสำนักงานที่ดินอำเภอวารินชำราบ
สำหรับระดับน้ำวันนี้ แม่น้ำชีที่อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร สูงกว่าตลิ่ง 37 เซนติเมตร น้ำมูลที่ห้วยขยุง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ สูงกว่าตลิ่ง 75 เซนติเมตร น้ำมูลที่ใต้สะพานเสรีประชาธิปไตย เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี สูงกว่าตลิ่ง 36 เซนติเมตร ซึ่งทุกจุดมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี จึงได้กำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องติดตาม พร้อมรายงานสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อทำการพร่องน้ำ ลดปริมาณน้ำที่จะเอ่อท่วม และเป็นการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งด้วย
กรมชลประสานอุบลฯรับน้ำ
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลฯ น้อมรับพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วง จ.อุบลฯ โดยขณะนี้ กรมได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นระยะเพื่อเตรียมรับมือ จากปริมาณน้ำที่จะมาจากแม่น้ำมูล และแม่น้ำชี ที่จะมาบรรจบกับที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลฯ ก่อนที่จะลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งขณะนี้กรมชลฯยังไม่สามารถคำนวณได้ว่าปริมาณน้ำทั้งหมดที่จะมาบรรจบจะมี ปริมาณเท่าไหร่ ขอเวลาอีก 1 วัน เพื่อคำนวณปริมาณน้ำทั้งหมด เพราะต้องรอให้ปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดน้ำของกรมชลฯที่เขื่อนราศีไศลก่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่าปริมาณน้ำจากแม่น้ำมูลทั้งหมดคาดว่าจะไปถึง อ.วารินฯประมาณสิ้นเดือน ต.ค. นี้ ในขณะที่น้ำจากแม่น้ำชีทั้งหมด คาดว่าจะมาถึงจุดเดียวกันประมาณวันที่ 4-5 พ.ย.
รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การที่น้ำทั้งสองแม่น้ำมาไม่ตรงกันจะทำให้หน่วยงานทั้งหมด ยังพอมีเวลาในการทำงานและทำให้สามารถบรรเทาระดับความรุนแรงจากอุทกภัยได้ เพราะปกติที่อุบลฯจะมีน้ำท่วมประจำอยู่แล้วโดยแต่ละครั้งนานนับเดือนเช่นกัน แต่ ครั้งนี้ปริมาณน้ำจะมากกว่าภัยปกติของจังหวัด ทำให้ต้องประสานงานกับผู้ว่าอย่างใกล้ชิด ซึ่งตั้งแต่วันพรุ่งนี้เมื่อจบภารกิจน้ำการป้องกันน้ำท่วมกทม.แล้วก็จะเดิน ทางไปที่อุบลฯเพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำจาก 2 ลุ่มน้ำทันที
สำหรับการรับปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุม ได้และยังมั่นใจว่ามาตรการหน่วงน้ำของกรมชลประทานเพื่อลดปริมาณน้ำผ่าน ณ จุดวัดน้ำบางไทร อยุธยา ในวันที่ 27 ต.ค. จะไม่เกิน 3,200-3,300 ลบ.ม.ต่อวินาที ตามที่กรมชลฯวางแผนไว้ เพราะฉะนั้นเชื่อว่า กทม.และจังหวัดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุม และนนทบุรี จะยังสามารถรับมือได้ ซึ่งในวันนี้ เมื่อเวลา 06.00 น. ปริมาณน้ำที่มาไหลผ่าน ณ จุวัดวัดน้ำบางไทร อยู่ที่ 3,545 ลบ.ม.ต่อวินาที และระดับน้ำสูงสุดเมื่อเวลา 09.15 น. ที่จุดวัดน้ำ สามเสน กรมชลประทานอยู่ที่ ระดับ 2.15 ม. และ ณ จุดวัดน้ำ ณ สะพานพุทธ อยู่ที่ระดับ 2.35 เมตร
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค. มีในตกในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ และชัยนาทในประมาณ 80 มิลลิเมตร ทำให้มีความกังวลว่าจะทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องมีการปรับแผนกันอย่างต่อเนื่อง







