
ธปท.รับน้ำท่วมทำเงินเฟ้อเล็กน้อย
ธปท.ชี้ น้ำท่วมราคาสินค้าแพงกระทบเงินเฟ้อให้สูงขึ้นบ้าง และทำให้การบริโภคชะลอบ้าง แต่เป็นสถานการณ์ชั่วคราว
ธปท.ชี้ น้ำท่วมราคาสินค้าแพงกระทบเงินเฟ้อให้สูงขึ้นบ้าง และทำให้การบริโภคชะลอบ้าง แต่เป็นสถานการณ์ชั่วคราว
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้มีผลต่อการปรับขึ้นของราคาสินค้าเกษตร อาหารสด และพืชผัก ปกติเมื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วมมักจะทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ทำให้มีปริมาณผลผลิตน้อยลง ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้น มีผลให้ภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้นบ้าง แต่การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าเกษตรเหล่านี้จะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ หรือเสถียรภาพด้านราคาในระยะต่อไป
ทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนในอนาคตปรับสูงขึ้นอีก และจะกระทบระดับเงินเฟ้อเป้าหมายที่ ธปท.ต้องดูแลให้เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในกรอบ 0.53% หรือไม่ ยังต้องรอผลประเมินในรายละเอียดอีกครั้ง
“ถ้าปริมาณสินค้าลด ราคาสูงขึ้น ย่อมมีผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นบ้าง แต่จะสูงถึงขั้นกระทบเงินเฟ้อให้เกินกรอบเป้าหมายหรือไม่ ควรติดตามดู ประเมินสถานการณ์ให้ใกล้ชิด” นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวถึงกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนให้ประเทศในภูมิภาคอาเซียนระวังความเสี่ยงการเกิดปัญหาเงินเฟ้อจากการปล่อยสินเชื่อมากเกินไป ว่า ในเรื่องภาวะความเสี่ยงจริงๆ มีอยู่เสมอ และหากปล่อยให้ดอกเบี้ยต่ำนานๆ ก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น เพียงแต่ในการพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย หรือการดำเนินนโยบายการเงิน ไม่ได้จำเป็นว่าต้องปรับเข้าสู่ระดับปกติทันที แต่การดำเนินการควรดูสถานการณ์และความจำเป็นทางเศรษฐกิจในแต่ละช่วงประกอบด้วย ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาข้อมูลต่างๆ รวมถึงปัจจัยใหม่ๆ ในแต่ละช่วงประกอบเสมอเพื่อความรอบคอบ
ด้านนายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธปท. กล่าวว่า ราคาสินค้าอาหารสด พืชผัก รวมทั้งราคาพลังงานมีสัดส่วนในตะกร้าการคิดเงินเฟ้อ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งถ้าราคาพืชผักหรืออาหารสดแพงขึ้น ก็ย่อมมีผลให้เงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นบ้าง และอาจจะมีผลให้การบริโภคภายในประเทศลดลงด้วย แต่การเพิ่มขึ้นของราคาอาหารสดเกิดจากสถานการณ์ชั่วคราว แม้จะกระจายไปในหลายจังหวัด และมีระยะเวลาหลายวัน แต่คงไม่รุนแรงถึงกับทำให้เงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่ง ธปท.มีหน้าที่ดูแลให้อยู่ในเป้าหมายที่ระดับ 0.53% ออกนอกกรอบ
“น้ำท่วมน่าจะมีผลให้เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นบ้าง เพราะผักสดและอาหารแพง ราคาผันผวน รวมทั้งอาจจะทำให้การบริโภคในประเทศ การจับจ่ายใช้สอยชะลอ แต่ก็เป็นเรื่องชั่วคราว แต่ไม่ได้อยู่ในระดับรุนแรงน่าห่วงมากนัก ซึ่งเรื่องนี้ ธปท.ยังต้องติดตามดูต่อไปว่าสถานการณ์นี้จะกระทบแนวโน้มการเติบโตหรือไม่” นายเมธี กล่าว
ทั้งนี้ ในการทบทวนประเมินภาวะเศรษฐกิจ หรือคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของปีนี้และปีหน้า ธปท.จะแถลงในวันที่ 28 ต.ค.นี้ โดย ธปท.ใช้ข้อมูลตัวเลขจริงในการประเมินครั้งนี้ถึงแค่เดือน ก.ย.เท่านั้น แต่จะประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจแต่ละด้านด้วย ซึ่งจะมีการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมและข้อมูลใหม่ประกอบด้วย







