posttoday
อดีต ส.ส. ตบเท้าหนุน"อภิสิทธิ์" ชิง หน.ปชป.

อดีต ส.ส. ตบเท้าหนุน"อภิสิทธิ์" ชิง หน.ปชป.

09 ตุลาคม 2561

องอาจ นำอดีต ส.ส.กทม.ตบเท้าให้กำลังใจ "อภิสิทธิ์" ลงชิงชัยหัวหน้าพรรค เจ้าตัวลั่น ไม่เกรงใจใคร พร้อมนำพาบ้านเมืองออกจากปัญหา

องอาจ นำอดีต ส.ส.กทม.ตบเท้าให้กำลังใจ "อภิสิทธิ์" ลงชิงชัยหัวหน้าพรรค  เจ้าตัวลั่น ไม่เกรงใจใคร พร้อมนำพาบ้านเมืองออกจากปัญหา

เมื่อวันที่ 9 ตค.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะอดีตส.ส.กรุงเทพฯ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่กำลังลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้ง พร้อมประกาศสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการรณรงค์หาเสียงแคมเปญด้วยแฮชแท็ก #MakeMyMark ที่โพสต์ผ่านไลน์ ว่า เป็นข้อความของคนรุ่นใหม่ที่จะมาร่วมงานกับพรรคสนับสนุนแนวคิดนี้ และจัดทำเป็นคลิปวิดีโอ ซึ่งมีหลายความหมายและไม่เกี่ยวกับชื่อตนคือการมีโอกาสแสดงออก มีส่วนร่วมให้เกิดความเปลี่ยนแปลง หมายถึงการสนับสนุนตนทำหน้าที่ คือการมีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ที่คนในประเทศรอคอยทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง

“ส่วนถ้าเล่นคำว่า Mark เป็นชื่อผม เป็นการสื่อสารว่ากระบวนการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ เป็นการสร้างหัวหน้าพรรคด้วยมือของตัวเอง เป็นการสร้างหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สร้างพรรคประชาธิปัตย์และสร้างใหม่ประเทศไทย ซึ่งการเปิดกระบวนการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคเป็นการยกระดับพรรคการเมืองไทย และทำให้เกิดความชัดเจนเรื่องจุดยืนของพรรค ซึ่งผมอาสานำพรรคในสถานการณ์ที่ประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยให้หลุดพ้นจากปัญหาการไม่เป็นประชาธิปไตยและการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งการแข่งขันภายในพรรคเป็นกระบวนการที่คนภายนอกสนใจว่าเป็นมิติใหม่ของพรรคการเมือง ทำให้หลายคนสนใจอยากมีส่วนร่วม ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มองว่ามีความขัดแย้งในพรรค ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่เชื่อว่าประชาชนมองว่าเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตย ซึ่งต่อไปสังคมจะตั้งคำถามกับพรรคการเมืองอื่นว่าเหตุใดไม่ใช้วิธีเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ และยอมรับว่าการเปิดกว้างการหยั่งเสียงมีความเสี่ยงสำหรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคของตนในอนาคต แต่ไม่ได้คิดเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างระบบจะกลัวความเสี่ยงไม่ได้ เพราะถ้ากลัวจะสร้างอะไรใหม่ ๆ ไม่ได้เลย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนที่พูดที่จังหวัดสงขลาว่าอายุ 54 ปีแล้วไม่เกรงใจใครแล้ว หมายความตามที่พูด เพราะตลอดการทำงานการเมือง 26 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะทำอะไรต้องมีความระมัดระวัง แต่ตนมาทำการเมืองด้วยความเชื่อและอุดมการณ์ พร้อมกับความฝันว่าอยากได้ประเทศไทยอย่างไร การก้าวหน้าทางการเมือง ที่ผ่านมาเคยได้รับโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีแต่ยังมีหลายเรื่องที่ยังทำไม่ได้ เพราะเป็นนายกรัฐมนตรีพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์บ้านเมืองปั่นป่วน ซึ่งสามารถกอบกู้วิกฤตและเริ่มต้นบางอย่างได้ แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้สร้าง

“ผมรู้ว่าอายุขนาดนี้แล้วการจะสร้างฝันให้กับประเทศที่เป็นจริงไม่มีเวลามากแล้ว จึงต้องทำ ไม่มีอะไรที่ต้องลังเลใจหรือเกรงใจใครอีกต่อไป เพราะนี่คือโอกาสใหม่ และโอกาสเดียวที่จะทำให้ผมผลักดันความฝันให้เป็นจริงได้ ตลอด 26 ปีทางการเมืองผมได้ทบทวนทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง เรื่องความเกรงใจก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการทบทวนตัวเอง และตั้งใจที่จะทำให้บ้านเมืองหลุดพ้นจากปัญหาตรงนี้ให้ได้ ถ้าไม่ทำครั้งนี้มีโอกาสสูงมากที่ประเทศจะติดหล่มไปอีกนาน ทั้งหล่มเผด็จการและหล่มทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นจุดแข็งของตัวเองคือแม้จะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่ประวัติของผมยืนยันได้ว่าไม่เคยมีเรื่องผลประโยชน์ตัวเอง มีแต่ผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ และเป็นความเชื่อจากใจที่สุจริตของผมในการทุ่มเท ทำให้มีความพร้อมที่จะนำพาบ้านเมืองออกจากปัญหา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ไม่เพียงการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องอุดมการณ์พรรคที่เปลี่ยนไปด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องถามผู้สมัครหัวหน้าพรรคคนอื่นว่ามีแนวคิดเกี่ยวกับแนวทางการเมืองของพรรคอย่างไร แต่ตนชัดเจนว่าอุดมการณ์ของพรรคที่ผู้ก่อตั้งประกาศไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2489 เราจะปฏิบัติอย่างจริงจัง ซึ่งเคยบอกแล้วว่าหลังการเลือกตั้ง ไม่ควรมาถามพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมกับใครตั้งรัฐบาล แต่ควรถามคนอื่นว่าจะร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์สร้างบ้านเมืองหรือไม่ เพราะเรามีแนวทางที่ชัดเจนและแตกต่างจากทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และพรรคเพื่อไทย

ที่มา  อสมท.

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท