แก๊งปลัดอำเภอปฏิเสธล่าสัตว์ป่าไทรโยค จนท.เผยเจอแค่อุ้งตีนหมี4ข้างคาดเนื้อถูกกินหมดแล้ว
แก๊งออฟโรดปลัดอำเภอปฏิเสธล่าสัตว์ป่า หลังถูกจับพร้อมซากหมีขอ-ปืนไรเฟิลคาอุทยานไทรโยค จนท.เผยซากหมีเหลือแค่อุ้งตีนคาดเนื้อถูกกินหมดแล้ว
แก๊งออฟโรดปลัดอำเภอปฏิเสธล่าสัตว์ป่า หลังถูกจับพร้อมซากหมีขอ-ปืนไรเฟิลคาอุทยานไทรโยค จนท.เผยซากหมีเหลือแค่อุ้งตีนคาดเนื้อถูกกินหมดแล้ว
จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคตรวจสอบพบกลุ่มรถยนต์ออฟโรดบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค จำนวน 6 คัน โดยภายในรถคันที่ 5 เจ้าหน้าที่พบ อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง, อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และ ซากหมีขอ โดยกลุ่มออฟโรดดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.กาญจนบุรีพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) รวม 12 คน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวกลุ่มออฟโรดทั้งหมดไปทำบันทึกจับกุมที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ
นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี รักษาการหัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กล่าวว่า ซากสัตว์ป่าที่พบเป็น หมีขอ โดยเหลือเพียงแค่อุ้งตีน 4 ข้าง ส่วนเนื้อคาดว่าจะมีประกอบอาหารกินหมดแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะรายงานให้อธิบดีกรมกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชตามขั้นตอน
นายพนัชกร กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเมื่อเย็นวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมาว่ามีคณะรถออฟโรด ประมาณ 5-6 คันเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคใกล้เคียงหนองเต่าดำเขาปลาน้อย มีพฤติกรรมล่าสัตว์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ นำกำลัง จำนวน 17 นาย เร่งเดินทางเข้าตรวจสอบ
ต่อมาเมื่อเช้าวันที่ 7 ต.ค. เจ้าหน้าที่พบรถออฟโรดจำนวน 5 คันขับสวนออกมาใกล้เคียงหน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาพลูจึงได้แสดงตัวและเรียกตรวจค้น พบ ซากสัตว์ป่าสงวน เป็นเท้ามีขอทั้งสี่เท้า น้ำหนักรวม 9.8 ขีด ปืนยาว .22 CZ พร้อมเครื่องกระสุน จำนวน 30 นัด ปืนสั้นขนาด 9 มม จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 40 นัด และเครื่องกระสุนขนาด 5.56(เครื่องกระสุนใช้กับปืน เอ็ม 16) จำนวน 20 นัด มีดอีโต้ 2 มีดครัว 3 พร้อมเขียง
ตรวจสอบบุคคลพบ เป็นชาย 10 คน หญิง 2 คน เด็ก 3 คน หนึ่งในนั้นเป็นปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย ทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงทำการบันทึก และนำส่งของกลางให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติ ร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
อย่างไรก็ตามในวันที่ 8 ต.ค. จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าไปตรวจค้นจุดเกิดเหตุที่คาดว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวจะใช้เป็นจุดล่าสัตว์ป่า เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง
ขณะที่ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานข้อมูลบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด ทั้งนี้หากเรื่องดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจริง ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบการกระทำผิดวินัยร้ายแรง และหากพบว่าบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจริงก็จะมีโทษสูงสุดคือการไล่ออกจากราชการ
ภาพจาก ทีมพญาเสือ


