
มีอะไรอยู่ในคลิป
ยิ่งใกล้วันตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์มากเท่าใด แรงกดดันศาลรัฐธรรมนูญก็มากตามไปด้วย เป็นการกดดันที่ใช้ทุกวิธีการ เป็นวิธีที่ยิ่งกว่าวิชามาร...
ยิ่งใกล้วันตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์มากเท่าใด แรงกดดันศาลรัฐธรรมนูญก็มากตามไปด้วย เป็นการกดดันที่ใช้ทุกวิธีการ เป็นวิธีที่ยิ่งกว่าวิชามาร...
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง นักวิชาการ กฎหมายอิสระ
ยิ่งใกล้วันตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์มากเท่าใด แรงกดดันศาลรัฐธรรมนูญก็มากตามไปด้วย เป็นการกดดันที่ใช้ทุกวิธีการ เป็นวิธีที่ยิ่งกว่าวิชามาร และไม่คาดคิดว่าจะมีคนนำมาใช้
กระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนับจากนี้ไปคงจะรุนแรงมากขึ้น เพื่อกดดันให้พิพากษาคดีไปในทางที่คนกลุ่มนี้ต้องการ
ข้อมูลข่าวสารในยุคนี้ มีทั้งข่าวลวง ข่าวแต่ง ข่าวปล่อย ข่าวเท็จ ข่าวชวนเชื่อ ข่าวล้างสมอง ข่าวจริง ข่าวค่อนข้างจริง ผู้ที่เสพข่าวในยุคนี้จึงต้องใช้ความพินิจพิจารณาให้ดีว่าควรจะเชื่อข่าวไหน
สำหรับคนทั่วไป ขอแนะนำให้ใช้หลักกาลามสูตรของพระพุทธเจ้าที่ยังใช้ได้ในปัจจุบัน ส่วนคนบางกลุ่มบางประเภท เขาจะเลือกเชื่อเฉพาะคนที่เขาอยากจะเชื่อ เลือกเชื่อเฉพาะคนที่ให้ประโยชน์กับเขา เลือกเชื่อเฉพาะคนที่พูดถูกใจหรือพูดในสิ่งที่เขาอยากจะฟัง คนพวกนี้ปล่อยเขาไปเถอะ เพราะไม่มีประโยชน์จะแนะนำสั่งสอน เป็นพวกบัวในโคลนตมที่รังแต่จะเป็นอาหารของเต่าของปลา
คลิปที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเหมือนระเบิดลูกใหญ่ที่ตกใส่กลางศาลรัฐธรรมนูญ และยังมีเสียงขู่ซ้ำอีกว่าจะมีระเบิดตามมาอีกหลายลูก
ความจริงแล้ว ในทุกองค์กรย่อมมีปัญหาภายในเป็นเรื่องปกติธรรมดา ศาลรัฐธรรมนูญเองก็ไม่มีข้อยกเว้น เพียงแต่จะยอมรับความจริงกันหรือเปล่า ศาลรัฐธรรมนูญน่าจะใช้โอกาสนี้ชำระสะสาง แก้ปัญหาภายในให้หมดสิ้นไป
ความจริงที่ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ คือ สนิมเกิดแต่เนื้อในตน ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด คือ คนที่อยู่ใกล้ที่สุด ประวัติศาสตร์ชาติไทยของเราสอนให้เรารู้ว่า เราไม่เคยกลัวข้าศึกศัตรูจากภายนอก แต่ที่เราพ่ายแพ้จนต้องเสียกรุงนั้น เราพ่ายแพ้จากความอ่อนแอของเราเอง จากคนในที่เป็นไส้ศึก
ท่านชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ คงจะซาบซึ้งกับความจริงนี้
ผมเชื่อว่า ท่านที่สนใจการบ้านการเมือง คงจะได้ดูคลิปศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 5 ตอน ที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ในเบื้องต้นต้องยอมรับว่า คนทำคลิปมีความเชี่ยวชาญในการเชื่อมโยงเรื่องราวที่เป็นคนละเรื่องให้มาอยู่ในเรื่องเดียวกัน โดยพยายามดึงประธานองคมนตรีเข้ามาเกี่ยวด้วย ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงคลิปที่มีรูปของท่านไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องราวที่กำลังนำเสนอ จนสื่อบางคนที่แม้จะอยู่กับข่าวสารรอบด้าน ก็ยังหลงเชื่อว่าจากคลิปดังกล่าว แสดงความว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับประธานองคมนตรี ทั้งๆ ที่รูปจากคลิปนั้น บอกเพียงว่า มีประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานองคมนตรี และผู้ใหญ่อีกหลายท่านนั่งพูดคุยกันอยู่ก็เท่านั้นเอง
จนเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า รูปนั้นเป็นรูปในงานแจกรางวัลนักกฎหมายดีเด่นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปีที่แล้ว จึงยอมรับได้ว่าไม่เกี่ยวกัน
ส่วน 3 คลิปสุดท้าย ที่เป็นภาพเคลื่อนไหวจากห้องประชุมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้จะทำให้ระบบความปลอดภัยชั้นความลับของศาลรัฐธรรมนูญเสียหายยับเยิน แต่เนื้อหาของการสนทนาไม่มีอะไรที่เสียหาย เป็นการปรึกษาคดีกันตามปกติของตุลาการที่ท่านพูดกันได้เต็มที่ เพราะเป็นห้องประชุมลับ สิ่งที่ท่านพูดคุยกันก็ไม่อาจตีความได้ว่า เป็นการทำตามใบสั่ง หรือต้องการจะช่วยเหลือคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เนื้อหาที่ตุลาการท่านปรึกษากันมีเพียง 2เรื่อง คือ
(1) การปกป้ององค์กรที่ถูกคนนอกให้ข่าวกดดันศาลตลอดมา เป็นการหมิ่นศาล เช่น ถ้าศาลตัดสินว่าไม่ผิด แสดงว่าสองมาตรฐาน หรือแสดงความเห็นทำนองว่า ถ้าศาลตัดสินว่าไม่ผิด แสดงว่าศาลไม่เป็นธรรม ทั้งๆ ที่เป็นคนนอกคดี ไม่ได้ดูสำนวนคดีทั้งหมด พูดแบบเอามันอย่างเดียวตามสันดาน หรือไม่ก็ยังอยู่ในกระบวนการ สู้แล้วรวยจนเพลินไปทำเรื่องนอกลู่นอกทาง
(2) การนำนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้มาเบิกความที่ศาล ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นศาลในระบบไต่สวน มีหน้าที่ต้องแสวงหาพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ที่สุด ยิ่งเป็นพยานสำคัญยิ่งต้องพยายามให้มาให้ข้อเท็จจริงต่อศาล เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาคดี
นายอภิชาต ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในคดียุบพรรค เพราะเป็นผู้ที่ต้องชี้ในเบื้องต้นว่า มีการกระทำผิดที่ต้องยุบพรรคหรือไม่ ซึ่งนักกฎหมายทราบกันดีว่า ประเด็นข้อกฎหมายที่พรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้นี้ นายอภิชาตเป็นพยานปากเอก
คลิปการสนทนาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการพิจารณาตามปกติ ไม่ได้แสดงว่ามีความพยายามจะช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่มีใครรู้ว่านายอภิชาตในฐานะนายทะเบียนจะให้การอย่างไร จะเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษกับพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้
เนื้อหาการปรึกษาคดีในประเด็นนี้ บังเอิญไปตรงกับคลิปที่สอง ที่นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ พูดคุยกับทนายประชาธิปัตย์ จึงเป็นประเด็นขึ้นมา
คลิปที่สองนี้ใครเป็นคนจัดฉาก คนที่ได้ดูคลิปคงตัดสินได้ไม่ยาก และคลิปที่สองนี้เป็นคลิปเดียวที่มีปัญหา เพราะคนในคลิปคือคนใกล้ชิดของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก และเป็นเรื่องที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญจะต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนใกล้ตัวเองว่า ท่านจะรักษาองค์กรไว้อย่างไร
ส่วนเรื่องความพยายามนำนายอภิชาตให้ไปเบิกความที่ศาลนั้น พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงกลัวอะไร ทำไมไม่ฟังข้อเท็จจริงว่า นายอภิชาตจะเบิกความว่าอย่างไร ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงจากพยานปากเอก
พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงกล่าวหาว่า ทนายประชาธิปัตย์เอาแต่ถามเพื่อทำลายน้ำหนักพยานไม่ได้ถามในเนื้อหา แล้ววันนี้ การทำคลิปก็ดี การให้ข่าวในทางลบของศาลก็ดี ก็เพื่อต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลเพียงอย่างเดียว ไม่ได้อธิบายถึงเนื้อหาสาระว่า พรรคประชาธิปัตย์ผิดอย่างไร
จะรับใช้ใคร จะรับเงินจากใคร ก็ควรมีจิตสำนึกบ้างว่า อะไรควร อะไรไม่ควร







