
ลดสินบนนำจับกรมศุลฯ5ล้าน
เดิมเจ้าหน้าที่จับได้ให้ไม่อั้นอธิบดีเสนอเองขอแก้ไขกม.
เดิมเจ้าหน้าที่จับได้ให้ไม่อั้นอธิบดีเสนอเองขอแก้ไขกม.
อธิบดีกรมศุลฯ เดินหน้าแก้กฎหมายลดรางวัลสินบนนำจับไม่เกินคนละ 5 ล้านบาท
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในไม่ช้านี้กรมศุลกากรจะเสนอแก้ไขกฎหมายกรมศุลกากรในส่วนเรื่องของการแก้ไขรางวัลนำจับให้เหลือไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พิจารณาเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและดำเนินการให้สภาพิจารณาให้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้
ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้หารือกับสมาคมหอการค้าไทยและสมาคมหอการค้าต่างประเทศ ที่เห็นว่าให้คงมีรางวัลสินบนนำจับต่อไป แต่กำหนดไว้ไม่เกิน 5 ล้านบาท จากเดิมที่ไม่มีการกำหนดเงินที่จะได้ในแต่ละครั้งไว้เลย โดยสินบนรางวัลนำจับส่วนที่เกินจาก 5 ล้านบาท จะตั้งเป็นกองทุนเพื่อไปดำเนินการอื่นของกรม เช่น การจับไม้เถื่อน ซึ่งต้องใช้ค่าดำเนินการและมีความเสี่ยงสูงแต่ไม่มีรางวัลนำจับ เป็นต้น
“ทางสมาคมการค้าทั้งไทยและต่างประเทศเข้าใจ หากยกเลิกสินบนนำจับไม่มีเลย คนบริสุทธิ์จะเดือดร้อน เพราะประเทศไทยล้อมรอบประเทศที่กำลังพัฒนา สิ่งที่ไม่ถูกต้องมีจำนวนมาก หากเราไม่มีกำลังและทุนไปดูแล ผู้บริสุทธิ์ในประเทศจะเดือดร้อน ซึ่งทางสมาคมหอการค้าต้องการให้กรมดูตรงนี้ด้วย” นายประสงค์ กล่าว
การแก้ไขกฎหมายกรมศุลกากรมีความพยายามที่จะแก้ไขมานานแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยปีที่ผ่านมาได้มีความพยายามแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง โดยกำหนดให้สินบนนำจับเหลือไม่เกิน 4 ล้านบาท แต่ล่าสุดได้มีการปรับขึ้นมาเป็น 5 ล้านบาท
มั่นใจว่าจะเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2554 ได้ตามเป้า 8.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่เข้ามาทำให้การจัดเก็บภาษีของกรมไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้การจัดเก็บภาษีไม่ได้เป็นภาระสำคัญของกรม แต่เป็นเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้ผู้ประกอบการและการปกป้องให้สังคมปลอดภัยมากกว่า
สำหรับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นกระทบกับการจัดเก็บภาษีของกรมบ้าง เพราะทำให้มูลค่าการนำเข้าสินค้าถูกลง แต่เศรษฐกิจของไทยที่โตขึ้นในปีนี้จะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 7% จึงสามารถมาชดเชยกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นได้ ในปีงบประมาณ 2553 กรมเก็บภาษีได้เกินถึง 20% คาดว่าปีนี้จะทำได้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา
นายประสงค์ กล่าวว่า กรมศุลกากรจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งตามระเบียบของสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อมาดูเรื่องจริยธรรม ธรรมาภิบาลของข้าราชการกรมทั้งหมด ส่วนคณะกรรมการด้านธรรมา ภิบาล เพื่อรับพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคอร์รัปชันโดยมีตัวแทนทั้งจากภาครัฐและเอกชนร่วมเป็นคณะกรรมการคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ยัวไม่ทราบรายละเอียด แต่คาดว่าสิ่งที่ตั้งขึ้นมาเป็นเรื่องที่คิดดีทำดี แต่กรมต้องทำตามกฎหมายของ ก.พ.







