posttoday
สุขุมพันธุ์ ชู  5 มาตรการ รับมือน้ำท่วม

สุขุมพันธุ์ ชู 5 มาตรการ รับมือน้ำท่วม

23 ตุลาคม 2553

ผู้ว่ากทม. แถลง 5 มาตรการ รับมือน้ำท่วมกรุงเทพ  จัดกระสอบทราย 2 แสนใบ อุดจุดรั่วแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเฝ้าจุดเสี่ยง

ผู้ว่ากทม. แถลง 5 มาตรการ รับมือน้ำท่วมกรุงเทพ  จัดกระสอบทราย 2 แสนใบ อุดจุดรั่วแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเฝ้าจุดเสี่ยง

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงมาตรการป้องกันและความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ โดยกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำที่รุนแรงผิดปกติ และคาดการณ์ได้ยาก ที่สำคัญขณะนี้น้ำ 3 ด้าน คือ น้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุนสูงพร้อมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณน้ำเหนือไหลหลากสูงมากเป็นประวัติการณ์ จนเขื่อนต่างๆ ไม่สามารถรองรับได้ และกรมชลประทานได้ปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไหลสู่กทม. เพิ่มขึ้นถึง 4,323 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นอกจากนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ยังมีปริมาณน้ำฝนที่ตกหนัก ซึ่งในเร็วๆ นี้ อาจจะมีพายุเข้าสู่ประเทศไทยอีกครั้ง และปริมาณน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือคาดการณ์ว่า น้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในช่วงวันที่ 26 - 27 ตุลาคม นี้ ที่ระดับ 1.21 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้กทม. มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะน้ำท่วม สำหรับในวันนี้น้ำทะเลหนุนสูงที่ระดับ 1.06 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่วัดแล้วระดับน้ำจริงอยู่ที่ 1.76 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อย่างไรก็ตาม กทม.ได้เตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน โดยมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกันวางแผนและดำเนินการป้องกันอย่างเต็มที่ในทุกด้าน โดยมี นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ เป็นผู้ดูแลหลัก และรองผู้ว่าฯ ทั้ง 3 ท่านเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยกันสกัดกั้นปัญหารุนแรง

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯกทม. ได้กล่าวถึง 5 มาตรการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำล้นทะลักเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า มาตรการที่ 1 สั่งการให้นำกระสอบทรายจำนวน 200,000 ใบ จากจำนวนที่จะปฏิบัติการได้ 4,000,000 ใบ อุดจุดฟันหลอทุกจุดตามแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยานอกแนวคันกั้นน้ำ ตลอดแนวสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของเขต กทม. มาตรการที่ 2 นำกระสอบทรายไปเสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นตามจุดเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ อาทิ ชุมชนริมแม่น้ำในเขตบางกอกน้อย บางพลัด และดุสิต มาตรการที่ 3 ประสานกับทางกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด เพื่อปล่อยน้ำจากเขื่อนอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดโอกาสการเกิดน้ำท่วมให้ได้มากที่สุด ซึ่งจุดนี้เป็นจุดสำคัญที่จะช่วยป้องกันเพราะน้ำที่ไหลลงมามีปริมาณมาก มาตรการที่ 4 ได้มีการสร้างสะพานและทางเดินชั่วคราว โดยจะครอบคลุม 27 ชุมชน ในพื้นที่ 13 เขตเสี่ยงน้ำท่วม มาตรการที่ 5 เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำขนาด 4 - 20 นิ้ว จำนวนกว่า 1,065 เครื่อง ติดตั้งไว้ในจุดสำคัญต่างๆ และพร้อมใช้งานทันทีหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม

นอกจากนี้ กทม.ได้จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว หรือ หน่วย BEST และเจ้าหน้าที่เทศกิจประจำจุดเสี่ยง พร้อมยานพาหนะ และอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ที่พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง และยังได้เตรียมถุงยังชีพ เวชภัณฑ์ และเครื่องอุปโภคบริโภค หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน พร้อมทั้งประสานวัด โรงเรียน มัสยิด ในพื้นที่จุดเสี่ยงทั้ง 13 เขต เพื่อรองรับประชาชนกรณีจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากที่อยู่อาศัย โดยเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัยและสำนักเทศกิจจากเขตต่างๆ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัย แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนชาว กทม.จะช่วยกันทำได้ คือ ขอให้พี่น้องประชาชนหมั่นตรวจตรา และทำความสะอาดไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง ขยะ หรือสิ่งอุดตันท่อระบายน้ำบริเวณหน้าบ้านของตนเอง เพื่อไม่กีดขวางการระบายน้ำ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง