posttoday
หวั่นเด็กไม่เข้าเรียนมหา'ลัย เทรนด์ใหม่ไม่รับใบปริญญาทำงาน

หวั่นเด็กไม่เข้าเรียนมหา'ลัย เทรนด์ใหม่ไม่รับใบปริญญาทำงาน

12 กันยายน 2561

"หมออุดม" เตือนรับมือวิกฤตอุดมศึกษา แนะปรับเปลี่ยนวิธีการสอน เผยธนาคารโลกระบุ ปี 2030 เด็กไทยตกงาน 72% ถูกหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่ จี้ปรับหลักสูตรป้องกัน

"หมออุดม" เตือนรับมือวิกฤตอุดมศึกษา แนะปรับเปลี่ยนวิธีการสอน เผยธนาคารโลกระบุ ปี 2030 เด็กไทยตกงาน 72% ถูกหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่ จี้ปรับหลักสูตรป้องกัน

นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "แนวทางการปฏิรูปการศึกษาสู่การพัฒนาประเทศ" ตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่อง สำคัญ ขณะเดียวกันต้องตอบโจทย์โลกที่ กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทั้งนี้ การให้ การศึกษาเด็กไทยทุกระดับต้องปรับ เปลี่ยนใหม่ ครู อาจารย์ ต้องปรับกระบวนการทางความคิด จะสอนด้วยหลักสูตร การเรียนการสอนแบบเดิม หรือการเตรียม เด็กแบบเดิม ไม่ตอบโจทย์อนาคตข้างหน้า แล้ว

นพ.อุดม กล่าวว่า ข้อมูลของธนาคาร โลก ระบุว่า ปี ค.ศ. 2030 เด็กประเทศไทยที่เรียนจบจะตกงาน 72% การทำงาน ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือหุ่นยนต์เอไอ แต่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเร็วกว่านั้น และขณะนี้ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกรับสมัครงานโดยไม่สนคุณวุฒิ การศึกษา ซึ่งต่อไปความรู้ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด ความรู้ล้าสมัยได้ สิ่งสำคัญคือต้องสร้างทักษะสมรรถนะในตัวของเด็กให้สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้องค์กรได้

ดังนั้น ครู อาจารย์ และผู้บริหารการศึกษา ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมิฉะนั้น ประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่ล้าหลังแพ้ลาว และกัมพูชาได้

"เราต้องเตรียมพร้อมและคำนึงให้มากว่า ลูกศิษย์เราที่ผลิตออกไปจะทำอาชีพอะไรได้ หรือจะตกงาน เพราะอาชีพบางอย่างจะถูกแทนด้วยเครื่องมือ หุ่นยนต์ วันนี้โลกเปลี่ยนไปมาก ถ้าระบบการเรียนการสอนยังเหมือนเดิมไม่ตอบโจทย์ เด็กจะ ไม่เข้ามาเรียน" รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ทั้งนี้ ในสหรัฐอเมริกามีมหาวิทยาลัยทั้งหมด 4,400 แห่ง ปิดตัวไปแล้ว 500-600 มหาวิทยาลัย และอีก 10 ปีข้างหน้าจะปิดลงอีก 50% เด็กหันมาเรียนออนไลน์มากขึ้น
ขณะที่ประเทศไทยก็เชื่อว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน วันนี้เด็กปี 1 ในทุกมหาวิทยาลัยลดลง 70% เด็กที่เข้าเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานลดลงทุกโรงเรียนเช่นกัน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ไม่อยากให้ มหาวิทยาลัยปิดตัว หลักสูตรในระดับอุดมศึกษาก็ต้องปรับให้ทันสมัย การเรียน แบบคณะต้องหายไป มีการบูรณาการการเรียนร่วมกันมากขึ้น มหาวิทยาลัยที่จะอยู่ได้ ต้องตอบโจทย์เด็ก มีคุณภาพ และตอบโจทย์ประเทศได้

นพ.อุดม กล่าวอีกว่า การเรียนที่สำคัญที่สุด คือ การเรียนจากการทำงาน และจากประสบการณ์จริง ครูต้องเปลี่ยนหน้าที่เป็นโค้ชดึงศักยภาพเด็กออกมาให้ได้ ทุกคนมีศักยภาพไม่เหมือนกัน เราต้องไม่ตัดเสื้อโหลให้ทุกคนใส่เหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว เราต้องพัฒนาให้เขาเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเรียนรู้ยุคใหม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท