posttoday
"สามารถ" เสนอสร้างโมโนเรลคร่อมคลอง แก้รถติดกรุงเทพฯ

"สามารถ" เสนอสร้างโมโนเรลคร่อมคลอง แก้รถติดกรุงเทพฯ

11 กันยายน 2561

อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอความคิดเห็นการเเก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ด้วยการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลคร่อมคลอง

อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอความคิดเห็นการเเก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ด้วยการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลคร่อมคลอง

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอความคิดเห็นการเเก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ด้วยการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลคร่อมคลอง โดยเนื้อหาระบุว่า

เมื่อเร็วๆ นี้ มีการแชร์คลิปกันมากมายเกี่ยวกับรถไฟฟ้ารางเดี่ยว หรือโมโนเรล (Monorail) ที่วิ่งอยู่เหนือคลองในประเทศเยอรมนี พร้อมกับมีการแสดงความคิดเห็นว่ากรุงเทพฯ ซึ่งมีคลองหลายสายควรจะมีโมโนเรลวิ่งเหนือคลองเช่นเดียวกัน จะช่วยทำให้รถไม่ติดในระหว่างการก่อสร้าง และไม่ต้องเวนคืนที่ดิน หรือเวนคืนน้อย

นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่คนกรุงเทพฯ มีความห่วงใยในบ้านเมืองของตน ต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่ และน่าท่องเที่ยว ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่าช่วงนี้คนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญรถติดอย่างสาหัสสากรรจ์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ฝนตกหนักซึ่งมักจะเป็นเวลาเย็นช่วงเลิกงานและเลิกเรียนหนังสือ คนกรุงเทพฯ ต้องเดินทางกลับบ้านพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดวิกฤตจราจร หากต้องเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าซึ่งมีการใช้ผิวจราจรเพื่อการก่อสร้างทำให้เกิดคอขวดด้วยแล้ว จะต้องเสียเวลานานมากจึงจะสามารถผ่านจุดคอขวดเหล่านั้นได้ น่าเห็นใจในความเดือดร้อนจริงๆ

มีหลายคนสอบถามผมมาว่าจะสร้างโมโนเรลวิ่งเหนือคลองในกรุงเทพฯ ได้หรือไม่

ผมขอตอบว่าสามารถก่อสร้างได้ และผมก็เห็นด้วยที่จะให้มีการก่อสร้างโมโนเรลวิ่งเหนือคลองในกรุงเทพฯ เนื่องจากโมโนเรลมีข้อได้เปรียบที่สามารถวิ่งซอกซอนไปตามพื้นที่แคบๆ ได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเวนคืนพื้นที่จำนวนมาก โมโนเรลใช้โครงสร้างขนาดเล็กและเบา ทำให้ใช้เงินในการก่อสร้างถูกกว่ารถไฟฟ้าที่เราใช้บริการกันอยู่ ใช้เวลาการก่อสร้างไม่นาน มีเสียงดังรบกวนตอนวิ่งให้บริการน้อยกว่า พื้นที่ด้านล่างใต้โมโนเรลโปร่งสบาย ไม่ทึบ ไม่อึดอัด อีกทั้ง โมโนเรลสามารถวิ่งเลี้ยวโค้งแคบได้ และสามารถวิ่งบนทางลาดชันสูงได้

โมโนเรลมี 2 ประเภท ดังนี้

1. โมโนเรลแบบคร่อมราง (Straddle-Type Monorail)

เป็นโมโนเรลที่วิ่งคร่อมบนรางเดี่ยว มีขีดความสามารถขนผู้โดยสารได้ถึง 40,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง (ขึ้นอยู่กับขนาดของตู้รถไฟ จำนวนตู้รถไฟในขบวน และความถี่ในการปล่อยขบวนรถไฟ) ซึ่งน้อยกว่ารถไฟฟ้าบีทีเอสและเอ็มอาร์ทีที่มีความจุมากกว่า 50,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง มีความเร็วสูงสุดพอๆ กับรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีคือประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย

2. โมโนเรลแบบแขวน (Suspended-Type Monorail)

เป็นโมโนเรลที่วิ่งอยู่ใต้รางเดี่ยว โดยแขวนขบวนรถไว้กับราง มีขีดความสามารถขนผู้โดยสารได้น้อยกว่า 30,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง มีความเร็วสูงสุดประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีการใช้งานไม่แพร่หลาย

ทั้งนี้ เราควรเลือกประเภทของโมโนเรลที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ของเรา และควรเลือกขนาดความจุผู้โดยสารตามปริมาณผู้โดยสารที่คาดการณ์ไว้ อนึ่ง การก่อสร้างโมโนเรลนั้นเราควรเลือกปักเสาบนสองฝั่งคลอง แต่ในกรณีที่จำเป็นต้องปักเสาในคลองก็จะไม่ทำให้กีดขวางการระบายน้ำเนื่องจากเป็นเสาขนาดเล็ก

ในกรุงเทพฯ มีคลองหลายสายที่สามารถสร้างโมโนเรลได้ ซึ่งผมขอเสนอแนะหลักเกณฑ์ในการเลือกคลองที่เหมาะสมดังนี้

1. มีประชาชนอาศัยหรือทำงานสองฝั่งคลองหนาแน่น

2. ไม่มีเส้นทางรถไฟฟ้าสายอื่นวิ่งขนานในพื้นที่ใกล้เคียง มิฉะนั้น จะกลายเป็นว่าโมโนเรลมาแย่งผู้โดยสารของรถไฟฟ้าสายอื่น เป็นการแข่งขันกันเอง แต่ถ้าสามารถหาเส้นทางที่ขนผู้โดยสารมาป้อนให้กับรถไฟฟ้าอื่นก็จะเป็นการดีมาก เป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่แข่งขันกัน ซึ่งจะช่วยทำให้มีผู้โดยสารรถไฟฟ้ามากขึ้น

3. ไม่มีอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่อยู่ใต้คลอง หรือในกรณีที่มี แต่ยังมีพื้นที่เหลือพอที่จะปักเสาโมโนเรลได้ก็ไม่มีปัญหา

การก่อสร้างโมโนเรลวิ่งเหนือคลองในกรุงเทพฯ จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ซึ่งถูกกว่าค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าอื่นที่เราใช้บริการกันอยู่หรือที่กำลังก่อสร้างมาก เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-บางใหญ่มีต้นทุน 2,735 ล้านบาทต่อกิโลเมตร รถไฟฟ้าบีทีเอสมีต้นทุนประมาณ 2,200 ล้านบาทต่อกิโลเมตร รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ทีมีต้นทุนประมาณ 5,600 ล้านบาทต่อกิโลเมตร หรือรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ซึ่งกำลังก่อสร้างมีต้นทุน 3,073 ล้านบาทต่อกิโลเมตร เป็นต้น

เวลานี้เรามีหน่วยงานที่มีหน้าที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าอยู่ 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 2.กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ 3.การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานดังกล่าวสามารถก่อสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ได้ทุกหน่วยงาน ไม่มีการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน ทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอเสนอความเห็นให้ รฟม.มีหน้าที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายหลัก ไม่ว่าจะเป็นบนดินหรือใต้ดิน กทม.ควรรับผิดชอบก่อสร้างรถไฟฟ้าสายรองอย่างเช่นโมโนเรล เพื่อขนผู้โดยสารมาป้อนให้รถไฟฟ้าสายหลัก ส่วน รฟท.ควรมีหน้าที่ก่อสร้างรถไฟหรือรถไฟฟ้าเชื่อมกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด หรือเชื่อมต่างจังหวัดเข้าด้วยกัน

หากคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่อยากให้มีโมโนเรลวิ่งเหนือคลองก็ต้องช่วยกันหาแนวเส้นทางที่เหมาะสม แล้วเสนอแนะไปยังรัฐบาล ถ้ารัฐบาลเห็นชอบก็ควรมอบหมายให้ กทม.เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างและบริหารจัดการเดินรถต่อไป

ท่านมีความเห็นอย่างไรครับ

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง