
เรื่องเล่าจากอดีตนักโทษคดีค้ายาบ้า "เราทำทั้งครอบครัวติดคุกไปกับเรา"
ชายหนุ่มอดีตผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด เผยบทเรียนชีวิตให้ทุกคนที่คิดยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
ชายหนุ่มอดีตผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด เผยบทเรียนชีวิตให้ทุกคนที่คิดยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
เมื่อวันที่ 30 ส.ค. กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกเเชร์ต่ออย่างกว้างขวางสำหรับประสบการณ์ชีวิตสุดเศร้าของชายหนุ่มอดีตผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด
สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ สิริทัศน์ สมเสงี่ยม เล่าว่า ปัจจุบันอายุ 39 ปีแล้ว ในอดีตเคยถูกจับข้อหาค้ายาบ้า เมื่ออายุ 17 ปี ร่วมกับรุ่นพี่ที่เป็นเอเย่นต์ยา
ต่อมาถูกส่งต่อไปยังสถานพินิจ(คุกเด็ก) เมื่อครอบครัวรู้ข่าวเสียใจมาก บ้านก็ยากจนไม่รู้จะหาเงินแสนมาประกันตัวได้อย่างไร
"พ่อมาเยี่ยมที่สถานพินิจ แกงเทโพที่แม่ทำ มื้อนั้นอร่อยที่สุดในชีวิต กินข้าวทั้งน้ำตา ห่างแม่แค่โต๊ะกินข้าวกั้นแต่กอดแม่ไม่ได้
พ่อกลั้นน้ำตาสุดหัวใจ ได้แต่บอกผมว่าเดี๋ยวป๊าจะมาช่วย"
สิริทัศน์ เล่าต่อว่า พ่อหายไป 11 วันสุดท้ายก็สามารถวิ่งหาเงินประกันตัวจนได้ โดยเป็นการเที่ยวไปอ้อนวอนกราบขอเงินจากผู้อื่น ทั้งป้า อาม่าเจ้าของที่ให้เช่าขายก๋วยเตี๋ยว รวมไปถึงการกราบขอร้องให้อัยการเมตตา จึงกลับมามีอิสระในวันนี้ ก่อนสุดท้ายคดีจะจบลงที่ตนเองได้รับการยกฟ้อง โดยกันตัวไว้เป็นพยาน
ชายหนุ่มบอกว่า เห็นหรือไม่ว่า ตัวละครที่ช่วยเหลือตนเองนั้นเป็นคนในครอบครัวทั้งสิ้น และคนที่เดือดร้อนที่สุดคือ
พ่อและแม่
"เพื่อนที่เคยชนแก้วกันในวงเหล้าไม่มาเยี่ยมผมสักคน เพื่อนที่เคยกอดคอกันร้องเพลง
ที่เคยบอกรักกัน ไม่เห็นแม้แต่เงา เพื่อน... ที่บอกว่าเราเป็นเพื่อนรัก สักคำก็ไม่ถามหาเรา หายหัวหมด"
มีแต่พ่อแม่มีแต่ครอบครัวที่ช่วยเหลือเรา มีแต่พ่อแม่ที่เป็นเดือดเป็นร้อน กินไม่ได้นอนไม่หลับทำทุกอย่างเพื่อเรา
เขาอยากบอกทุกคนว่า ไม่มีใครรักเราเท่าพ่อแม่ของเรา และที่สำคัญ ยาเสพติดทำลายทุกคนที่เกี่ยวข้องทำลายทุกครอบครัวที่ยุ่งกับมันการที่เราถูกจับ ไม่ใช่เราคนเดียวที่ติดคุก พ่อแม่เราก็เหมือนติดคุกกับเราด้วย ใครที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขอให้เลิกเถอะ
ไม่มีใครจบสวยสักคน
อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่เฟซบุ๊ก สิริทัศน์ สมเสงี่ยม







