
กรมชลรับมือน้ำท่วมกรุง
กรมชลสั่งเสริมคันกั้นน้ำให้สูงกว่าเดิมอีก1เมตรป้องกันน้ำท่วมเข้ากรุง แจ้งชัยนาท-สิงห์บุรี-อ่างทอง-อยุธยา-ปทุม-นนท์สั่งอพยพประชาชน ขนข้าวของขึ้นที่สูงหลังปริมาณน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มเป็น2,630 ลบ.ม. ต่อวินาที
กรมชลสั่งเสริมคันกั้นน้ำให้สูงกว่าเดิมอีก1เมตรป้องกันน้ำท่วมเข้ากรุง แจ้งชัยนาท-สิงห์บุรี-อ่างทอง-อยุธยา-ปทุม-นนท์สั่งอพยพประชาชน ขนข้าวของขึ้นที่สูงหลังปริมาณน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มเป็น2,630 ลบ.ม. ต่อวินาที
พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมชลประทาน กำลังไปดูทางเดินของน้ำที่มีปัญหา และหาทางเดินน้ำใหม่ เพื่อให้เกิดปัญหาในอนาคตหลังเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัดขณะนี้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีการประเมินความเสียหายที่ชัดเจนเป็นตัวเลข ส่วนเขื่อนที่ได้รับความเสียหายจากการรองรับปริมาณน้ำมีเพียงเขื่อนขนาดเล็กที่จังหวัดลำปางเท่านั้น
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับมือเพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค.นี้ซึ่งจะน้ำทะเลจะหนุนสูง และได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรีแล้วว่า วันนี้ จะมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นขอให้ดังกล่าวเสริมคันกั้นน้ำให้สูงจากเดิมอย่างน้อย 1 เมตร
ด้าน สำนักชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา ประกาศว่า ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยาได้ระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,630 ลบ.ม. ต่อวินาที ซึ่งถือเป็นระดับน้ำที่ทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง ในหลายพื้นที่ในจ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี
นอกจากนี้ ยังทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลย้อนกลับเข้าท่อระบายน้ำตามจุดต่างๆ ตลอด 2 ฝั่ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงขอเตือนให้ประชาชนที่อยู่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขนย้ายทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง ทำการปิดท่อระบายน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ เข้าท่วมบ้านเรือนในระดับที่สูงขึ้น และขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์
นายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีเปิดเผยว่า ได้ออกประกาศเตือนภัยให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามข่าวสารเป็นระยะ และเฝ้าระวังตรวจระดับน้ำ สิ่งของต่างๆ ให้อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว
นายเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับแม่น้ำท่าจีนสูงกว่าระดับถนนประมาณ 30 ซ.ม. แต่ยังมีน้ำซึมจากเขื่อนที่กำลังก่อสร้างไม่เสร็จด้านทิศตะวันออก จึงได้สั่งการให้โยธาธิการจังหวัดเร่งแก้ไขแล้ว เพื่อๆไม่ให้น้ำทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจในตัวเมืองสุพรรณบุรี และร้านค้าส่วนใหญ่ก่อผนังและวางแนวกระสอบทรายป้องกันหน้าบ้านไว้แล้ว







