
"ส.ศิวรักษ์" เสนอทางแก้ปัญหาจราจร จำกัดรถส่วนตัว-เพิ่มรถสาธารณะ
นักวิชาการอิสระเเสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจร โดยจำกัดรถส่วนตัวและเพิ่มรถสาธารณะ
นักวิชาการอิสระเเสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจร โดยจำกัดรถส่วนตัวและเพิ่มรถสาธารณะ
นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือเจ้าของนามปากกา ส. ศิวรักษ์ นักเขียนและนักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความเเสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจร เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา เนื้อหาระบุว่า
[ แก้ปัญหาการจราจร ]
ผมได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดว่าจะแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร จนเป็นเหตุให้มีคนไทยในต่างประเทศหัวเราะเยาะจนถึงขนาดว่าจะพร้อมแก้ผ้ากลับมาให้จับถ้ารัฐบาลแก้ปัญหานี้ได้ ผมฟังแล้วก็สมเพชนายกฯ เพราะนายกฯ ไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง การแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องของผู้ว่า กทม.ฯ กับตำรวจในท้องที่ ที่จะต้องประสานงานกัน และเชื่อมโยงการจราจรทั้งทางบกทางน้ำอย่างแยบคาย
แต่นั่นก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การแก้ที่ต้นเหตุคือการจำกัดจำนวนรถส่วนตัว แล้วเพิ่มรถสาธารณะให้มากขึ้น การทำรถไฟฟ้าต่าง ๆ แม้เป็นของดี แต่รถเมล์ต่าง ๆ ก็ต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีน่าใช้งานอย่างไม่น้อยน่ากันด้วย
สำหรับรถยนต์ส่วนตัวนั้นต้องจำกัดปริมาณเลย ดังที่สิงคโปร์ก็ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้ว ครอบครัวหนึ่งไม่ควรมีรถได้เกินหนึ่งคัน และถ้าซื้อรถใหม่ต้องแสดงให้ชัดว่ารถเก่าใช้ไม่ได้อีกแล้ว บริษัทห้างร้านจะใช้รถเท่าไหร่ก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมและความจำเป็นของกิจการนั้น ๆ
ดังที่อังกฤษนั้น ในมหานครลอนดอน ใครจะเอารถเข้ามาในเมืองต้องเสียค่าเข้าเมืองแพงมาก โดยเขาจัดรถที่จอดรถไว้ที่ชานเมืองอย่างพอเพียง วิธีการนี้เขายังใช้กับเมืองอื่น ๆ ด้วย แม้เมืองเล็ก ๆ อย่างออกซฟอร์ด เคมบริดจ์ ก็คิดราคาแพงมากหากเอารถเข้าเมือง และเขาจัดที่จอดรถนอกเมืองไว้อย่างพอเพียง โดยมีรถสาธารณะอย่างเหมาะสม และอุดหนุนให้ใช้จักรยานสองล้อด้วย บางแห่งถึงกับมีจักรยานให้ใช้ได้ฟรี แม้เป็นชาวต่างประเทศไป ก็สามารถขอใช้ได้โดยไม่เสียสตางค์
อนึ่ง การจอดรถส่วนตัวตามริมถนนนั้น ในต่างประเทศก็คิดค่าจอดแพงมาก ในขณะที่กรุงเทพฯ รถจอดกันข้างถนนกันทั่ว ตามตรอกซอกซอยก็จอดกันระเกะระกะ เพียงคิดค่าจอดรถแพง ๆ คนก็จะหัวหดเป็นอันมากในการมีรถส่วนตัว แต่เราจะทำอย่างนี้ได้ ก็จำเป็นจะต้องจัดทำบริการสาธารณะที่ดีเพียงพอด้วย
นี่ผมเสนอมาด้วยความหวังดีต่อนายกรัฐมนตรี ถ้าเขาตามีแวว และคนที่รอบ ๆ ตัวเขา หวังดีต่อตัวเขาจริง น่าจะลองพิจารณาข้อเสนอต่าง ๆ อย่างแยบคาย อย่าให้ต้องขายหน้าให้ใคร ๆ หัวเราะเยาะเอาเลย
ป.ล. สำหรับพวกเราที่รีบไปธุระ ย่อมต้องใช้มอเตอร์ไซค์แทนรถยนต์ แม้กระนั้น รัฐบาลก็ควรควบคุม ไม่ให้มีมอเตอร์ไซค์มากเกินไป หาไม่ ต่อไปภายหน้า แม้มอเตอร์ไซค์ก็จะติดขัดเช่นกัน ยังคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเหล่านั้น นอกจากบังคับให้เขาสวมหมวกกันน็อคแล้ว ควรหาทางช่วยให้เขาปลอดไปจากมลพิษให้มากที่สุดที่จะทำได้ มิฉะนั้น แม้เขาจะได้รับเงินทองมาด้วยความเหนื่อยยาก แต่ก็ไม่คุ้มกับสุขภาพที่เสื่อมโทรมไปอย่างรวดเร็ว
ที่มาเเละภาพจากเฟซบุ๊ก Sulak Sivaraksa







