
ตั้ง วิเชียร แทน มงคล เหล้าเก่าในขวดใหม่ของเนวิน
แค่เหล้าเก่าในขวดใหม่ ทุกอย่างอยู่ภายใต้ “เนวิน ชิดชอบ” ที่งานนี้แก้เกมจน “มาร์ค” หน้าชา ไม่กล้าปฏิเสธ
แค่เหล้าเก่าในขวดใหม่ ทุกอย่างอยู่ภายใต้ “เนวิน ชิดชอบ” ที่งานนี้แก้เกมจน “มาร์ค” หน้าชา ไม่กล้าปฏิเสธ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ต.ค. อนุมัติแต่งตั้ง “วิเชียร ชวลิต” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) แทน “มงคล สุระสัจจะ” อธิบดีกรมการปกครอง ที่โดนพิษโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์จัดทำบัตรประชาชน มูลค่า 3,490 ล้านบาท จน “อภิสิทธิ์” เบรกการเสนอชื่อว่าที่ปลัดแทบหัวคะมำมาแล้วนั้น ได้สร้างความผิดหวังให้กับข้าราชการและประชาชนจำนวนมากที่รอลุ้นว่า “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรีจะกล้าจัดการปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยได้หรือไม่
ทว่า ผลที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นเพียงแค่เหล้าเก่าในขวดใหม่เท่านั้น และทุกอย่างอยู่ภายใต้ “เนวิน ชิดชอบ” ที่งานนี้แก้เกมจน “มาร์ค” หน้าชา ไม่กล้าปฏิเสธ พร้อมเซ็นเข้า ครม.อนุมัติแต่งตั้งทันที ทั้งที่คำรามลั่นประเทศทำนองจะปลดพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วมรัฐบาลถ้าอึดอัด
หันกลับมาดูเส้นทางชีวิตราชการที่งอกงามของทั้ง “วิเชียร” และ “มงคล” พบว่าล้วนแล้วแต่เป็นเด็กในคาถาของคนโตบุรีรัมย์แกนนำพรรคภูมิใจไทย “เนวิน ชิดชอบ” ด้วยกันทั้งสิ้น โดยว่าที่ปลัดคนเก่าอย่าง “มงคล” เป็นสิงห์ทอง หรือจบคณะรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า “มงคล” เป็นรอง ผวจ.บุรีรัมย์ 7 ปี และย้ายไปเป็นรอง ผวจ.ศรีสะเกษ 1 ปี ก่อนที่จะได้ขึ้นเป็น ผวจ.บุรีรัมย์ เพียง 1 ปี ย้ายไปเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 7 เดือน ก่อนที่จะย้ายมาเป็นอธิบดีกรมการปกครอง เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2553 หรือประมาณแค่ 3 เดือนเศษเท่านั้น โดยอยู่ในอาวุโสลำดับที่ 54
ขณะที่ปลัดคนใหม่อย่าง “วิเชียร” นั้นพบว่ามีความครบเครื่องมากกว่า เพราะทั้งเคยรับราชการที่บุรีรัมย์ และยังจบปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (สิงห์แดง) รุ่นพี่ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ด้วย โดย “วิเชียร” เคยเป็นรอง ผวจ.บุรีรัมย์ ในปี 2547 ก่อนย้ายเป็นรอง ผวจ.อำนาจเจริญ ในปี 2550 ถัดมา 1 ปี ขึ้นเป็น ผวจ.อำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2551 จากนั้นผงาดขึ้นเป็น ผวจ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2552 รวมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพียง 2 ปี ก่อนกระโดดขึ้นเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2553 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา โดย “มงคล” ยังเหลืออายุราชการอีก 5 ปี ดังนั้นจึงถือว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับฝ่ายการเมืองที่ได้รับตำแหน่งส้มหล่นครั้งนี้
ทั้งนี้ เพราะ “วิเชียร” ถือว่าเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดคนโตบุรีรัมย์อย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบรอบวันคล้ายวันเกิด “เนวิน” ก็ปรากฏว่า “มงคล” ได้ไปร่วมงานดังกล่าวด้วย ก่อนหน้านั้นเพียง 1 วัน “มงคล” ได้สวมเสื้อฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ อย่างไม่เคอะเขิน เพื่อร่วมเชียร์บอลกับ “เนวิน” ซึ่งเป็นประธานสโมสรฟุตบอลทีมดังกล่าวด้วย
การแต่งตั้ง “วิเชียร” ครั้งนี้ถึงกับทำให้ข้าราชการผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย และข้าราชการบำนาญมหาดไทยที่ออกมาเรียกร้องให้ “อภิสิทธิ์” เข้ามาแก้ไขสะสางเรื่องความไม่ชอบธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการมหาดไทยภายใต้ยุคพลพรรคสีน้ำเงิน เกิดอาการจุกอกอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น “จาดุร อภิชาตบุตร” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หรือ “พงศ์โพยม วาศภูติ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ออกอาการผิดหวังอย่างรุนแรงจนเห็นได้ชัด
จนถึงกับตัดพ้อว่า “อภิสิทธิ์” ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาในเรื่องนี้ เพราะเป็นการแต่งตั้งเพื่อตอบสนองการเมืองเท่านั้น ไม่ได้ตอบสนองการบริหารราชการแผ่นดินอย่างแท้จริง การแต่งตั้ง “วิเชียร” ก็ไม่ต่างจากการแต่งตั้ง “มงคล” เพราะทั้งสองคนต่างข้ามหัวอันดับความอาวุโสของเพื่อนๆ ทั้งสิ้น โดย “มงคล” อยู่ในอาวุโสลำดับที่ 54 ขณะที่ “วิเชียร” อยู่ในลำดับที่ 51
ทางออกในเรื่องนี้ ทั้ง “พงศ์โพยม” และ“จาดุร” ต่างไฟเขียวให้ข้าราชการในกระทรวงลุกขึ้นมาคัดค้านได้เลย เพราะเป็นทางเดียวที่จะเอาชนะความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นได้ เพราะคงไม่สามารถหวังพึ่ง “อภิสิทธิ์” นายกฯ ผู้มีภาพลักษณ์ดีได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า “อภิสิทธิ์” เองจะเข้าใจสภาพที่เกิดขึ้น โดยยอมให้มีการแต่งตั้ง “วิเชียร” ตามที่ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” เสนอ แต่ก็พยายามเปิดเกมรุกอีกครั้งด้วยการสั่งให้กระทรวงมหาดไทยนำเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงที่ ครม.มีมติไปแล้วเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ใหม่อีกครั้ง เพราะยังมีบางตำแหน่งที่มีปัญหาอยู่
แม้ว่า “อำพน กิตติอำพน” เลขาธิการครม. จะคัดค้านว่าไม่จำเป็นต้องทบทวน เพราะบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งก็ลงสู่ตำแหน่งหมดแล้ว แต่ “อภิสิทธิ์” ได้ย้ำเสียงเข้มว่า “ต้องเสนอ ครม.ใหม่ เพราะมันมีตำแหน่งที่น่าจะมีปัญหา อย่างกรณี ผวจ.สมุทรปราการ”
ทั้งหมดนี้ต้องติดตามว่า “อภิสิทธิ์” จะหาทางออกอย่างไร จะรื้อการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจริงหรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ “นายกฯ” เคยระบุว่าตำแหน่งปลัดกระทรวงต้องให้เป็นดุลพินิจของเจ้ากระทรวง แต่ตำแหน่งอื่นๆ ต้องเข้าไปดูว่ามีปัญหาหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ภายใต้บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยต่างทำสงครามผ่านสื่อเรื่องการปรับพ้นรัฐบาล ซึ่งอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะแตกหักได้ในทุกเมื่อ ต้องดูว่า “อภิสิทธิ์” จะทำอะไรได้บ้าง
แต่ในขณะที่อีกด้าน ผู้ที่เป็นนายกฯ ต้องรับฟังเสียงของข้าราชการเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ “อภิสิทธิ์” ได้เรียกคะแนนจากการสั่งทบทวน “มงคล” เป็นปลัดกระทรวง เพราะเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีใครแก้ไขได้นอกจาก “นายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว” แต่ก็ต้องผิดหวังอย่างรุนแรงอีกครั้ง เมื่อการแต่งตั้งปลัดคนใหม่ยังหนีไม่พ้นคนของฝ่ายการเมือง หนีไม่พ้นคนของ “เนวิน” ด้วยการตั้ง “วิเชียร” ขึ้นมาแทน “มงคล”
ผลจากการแต่งตั้งครั้งนี้ ยิ่งผลักให้ข้าราชการกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับมากขึ้น และมีทีท่าว่าจะเป็นคลื่นใต้น้ำที่พร้อมกระเพื่อมต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล “อภิสิทธิ์” ได้ทุกเมื่อ เพราะการแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาที่สำคัญที่สุดแบบเหล้าเก่าในขวดใหม่แบบนี้ ถือว่าเป็นการตบหน้าข้าราชการกระทรวงคลองหลอดอย่างรุนแรง และเสมือนว่ายังไงเสียประชาธิปัตย์ยังถูกพรรคภูมิใจไทยขี่คอกินรวบอยู่ทั้งปีทั้งชาติ







