posttoday
ปฏิบัติการลับทางการเมือง

ปฏิบัติการลับทางการเมือง

21 ตุลาคม 2553

....ภุมรัตน์ ทักษาติพงษ์

หลังจากที่ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษออกมาเปิดเผยว่ากลุ่มชายฉกรรจ์เสื้อแดงกลุ่มหนึ่งเดินทางไปฝึกอาวุธในกัมพูชาเพื่อกลับมาทำภารกิจพิเศษในประเทศไทยนั้น ฝ่ายการเมืองและผู้นำทหารได้ออกมาติติงว่าไม่ควรระบุชื่อประเทศ เพราะจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยขอให้ใช้คำว่า “ประเทศเพื่อนบ้าน” แทน คำว่า “ประเทศเพื่อนบ้าน” เป็นเพียงการ “เล่นคำ” เท่านั้น แต่ไม่สามารถลบล้างความจริงที่เกิดขึ้นได้ เพราะความจริงก็คือความจริง

ไม่เพียงแต่กรมสอบสวนคดีพิเศษเท่านั้น ที่ไปซักถามชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวจนได้ข้อมูลมาเปิดเผยต่อประชาชน หน่วยข่าวทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ซึ่งไปซักถามกลุ่มบุคคลดังกล่าวก็ได้ข้อมูลตรงกัน โดยทั้ง 12 คนได้ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งด้วยการเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดในงานการข่าวนั้น ข้อมูลที่ได้จากการซักถาม โดยเฉพาะหากผู้ซักถามซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ สามารถทำให้ผู้ถูกซักถามร่วมมือด้วยดี ซึ่งเป็นความร่วมมืออย่างจริงใจโดยไม่ถูกบีบบังคับทางร่างกาย ถือว่าเป็นข่าวที่เป็นความจริงหรือใกล้เคียงความจริงมากที่สุด เชื่อถือได้มากที่สุด

ดังนั้น ข้อมูลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยจึงเป็น “ความจริง” แน่นอนที่ไม่มีข้อน่าสงสัยเคลือบแคลง ความจริงก็คือ มีคนจำนวน 39 คน เป็นอย่างน้อย เดินทางไปรับการฝึกอบรมอาวุธที่ค่ายทหารในกัมพูชา โดยแยกกันฝึกตามความถนัดและตามภารกิจที่จะได้รับมอบหมายทั้งการวางระเบิด การลอบสังหารบุคคลสำคัญ การก่อวินาศกรรม

ไม่น่าประหลาดใจที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ตลอดจนโฆษกรัฐบาลและโฆษกกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชาดาหน้าออกมาแถลงตอบโต้ทำนองว่า ข้อมูลที่ฝ่ายไทยไม่เป็นความจริง เพราะถ้าเขายอมรับก็เท่ากับกัมพูชาแทรกแซงกิจการภายในของไทย ซึ่งขัดกับหลักการระหว่างประเทศและข้อตกลงอาเซียน

การฝึกอบรมที่มีทหารเขมรเป็นครูฝึก ฝึกในค่ายทหารเขมร ยิงปืนด้วยกระสุนจริง ทดลองระเบิดของจริง เรื่องใหญ่แบบนี้เกิดขึ้นโดยที่รัฐมนตรีกลาโหม นายกรัฐมนตรีเขมรไม่รู้ เป็นไปได้หรือ

กิจกรรมประเภทนี้ในวงการข่าวและความมั่นคงเรียกว่า “การปฏิบัติการลับทางการเมือง” ซึ่งเป็นการ “ปฏิบัติการใต้ดิน” เพื่อล้มรัฐบาลอีกประเทศหนึ่ง เช่น กลุ่มต่อต้านรัฐบาลในประเทศ ก. จำเป็นต้องมีหลังพิงเพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการ ฝึกอบรมหลบซ่อนตัวสะสมกำลังและอาวุธ เพื่อกลับมาล้มล้างรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย

กลุ่มต่อต้านจึงไปขอความร่วมมือจากรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีเขตแดนติดต่อกัน สมมติว่าชื่อ ประเทศ ข. โดยมี “ข้อตกลงลับ” ว่า ประเทศ ข. จะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง โดยเฉพาะหลังจากที่กลุ่มต่อต้านประเทศ ก. ขึ้นครองอำนาจ ที่อาจเป็นรูปของเงินทองหรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือยกเขตแดนที่พิพาทกันอยู่ สิ่งตอบแทนที่ให้นั้นต้องมากพอที่ผู้นำรัฐบาลประเทศ ข. พร้อมที่จะทำตนเป็นปฏิปักษ์กับประเทศเพื่อนบ้านได้

การปฏิบัติการเช่นนี้ต้องทำอย่างเป็นความลับที่สุดในรูปของ “งานปฏิบัติงานลับ” ซึ่งมีคนเกี่ยวข้องน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล กลุ่มต่อต้านรัฐบาลประเทศ ก. จะคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม และ “ลักลอบส่งออก” ไปฝึกอบรมในประเทศ ข. เมื่ออบรมเสร็จก็ “ลับลอบกลับเข้ามา” ตามเส้นทางที่กำหนดไว้เพื่อปฏิบัติการโจมตีรัฐบาลประเทศตน กลุ่มต่อต้านรัฐบาลประเทศ ก. จะไปใช้ดินแดนของประเทศ ข. โดยเจ้าของประเทศไม่รู้ย่อมเป็นไปไม่ได้ โดยทั่วไป ประเทศ ข. มักให้การยินยอมเพราะมีอุดมการณ์เดียวกัน หรือได้รับสิ่งตอบแทนมากพอ หากถูกจับได้หรือเรื่องเปิดเผยขึ้นมา ผู้นำประเทศ ข. จะออกมาปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น หรืออาจต้องเสแสร้งขับไล่กลุ่มต่อต้านออกนอกประเทศไปสักระยะหนึ่ง หรือเอาตัวไปซ่อนไว้ที่อื่น

ถ้าเอาหลักการข้างต้นมาประยุกต์ใช้กับกรณีชายฉกรรจ์ 39 คน หรือมากกว่านี้ลักลอบไปฝึกอบรมในกัมพูชา หรือแกนนำไปหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก็ต้องมีการตกลงลับกันไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงจะส่งคนไปฝึกอบรม หรือหลบซ่อนตัวได้ ตัวแทนที่ไปทำข้อตกลงลับกับประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องเป็นคนที่รู้จักสนิทสนมกันดี และเป็นคนที่อีกฝ่ายไว้ใจที่สุด ไม่ใช่ว่าจะใช้ใครก็ได้

คนที่คิดล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์มีมากมาย แต่คนที่รู้เรื่องการปฏิบัติการลับทางการเมืองแบบนี้ ในเมืองไทยมีไม่กี่คน และต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะในช่วงสงครามลับต่อต้านคอมมิวนิสต์ในลาวและในเขมร

อย่างไรก็ดี การทำงานใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งมีคนเข้าเกี่ยวข้องเป็นร้อยคน การรักษาความลับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แม้จะใช้หลัก “การตัดตอน” ที่ไม่ให้คนแต่ละหน่วยรู้จักกันก็ตาม แต่การทำงานลับแบบไทยๆ นั้น ส่วนใหญ่มักปกปิดความลับกันไม่ค่อยได้ จุดอ่อนอีกประการหนึ่งของผู้ปฏิบัติงานลับที่ไปฝึกอบรมในต่างแดน คือชอบถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ยิ่งมีโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้ยิ่งสะดวก ทั้งที่กฎของการปฏิบัติงานลับว่าห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด

บทความนี้ไม่ต้องการกล่าวหาใคร เพียงแต่เขียนเชิงวิชาการเกี่ยวกับงานลับบางอย่างที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้ แต่ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์เข้ากับกรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ และให้เข้าใจผู้นำกัมพูชาว่านี่เป็นการเล่น “เกมหลายหน้า” บทความนี้เป็นความพยายามประการหนึ่งที่จะทำให้คนไทยตาสว่างมากขึ้น เพราะเห็นมีคนบางกลุ่มเสนอ “โครงการตาสว่าง” จึงขอมีส่วนร่วมด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท