
เคหะงดเก็บค่าเช่าช่วยน้ำท่วม
พม.สั่งการเคหะแห่งชาติงดเก็บค่าเช่าบ้านในพื้นที่น้ำท่วม 4 เดือนพร้อมส่งจนท.ซ่อมบ้านฟรี ด้านบอร์ดสปส.อนุมัติเงินหมื่นล้านปล่อยกู้ฉุกเฉินดอกเบี้ย2.5%พร้อมขยายเวลาจ่ายเงินสมทบออกไป 4 งวด
พม.สั่งการเคหะแห่งชาติงดเก็บค่าเช่าบ้านในพื้นที่น้ำท่วม 4 เดือนพร้อมส่งจนท.ซ่อมบ้านฟรี ด้านบอร์ดสปส.อนุมัติเงินหมื่นล้านปล่อยกู้ฉุกเฉินดอกเบี้ย2.5%พร้อมขยายเวลาจ่ายเงินสมทบออกไป 4 งวด
นายอิสสระ สมชัย รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ผ่อนผันการชำระเงินค่าเช่าที่อยู่อาศัยแก่ลูกค้าของกคช.ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมเป็นเวลา 4 เดือนนับตั้งแต่เดือนนี้เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน
และเมื่อสถานการณ์น้ำกลับสู่ภาวะปกติ หากครอบครัวไหนที่บ้านเรือนเสียหาย จะให้กคช.ส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการซ่อมแซมฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ขณะเดียวกันจะลงพื้นที่ไปให้มอบอุปกรณ์ยังชีพและเก็บข้อมูลความต้องการของประชาชนว่าต้องการให้เยียวยาฟื้นฟูเรื่องใดบ้างในจังหวัดลพบุรี นครราชสีมา สระบุรีและอยุธยา โดยเน้นพื้นที่ที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าถึงเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงานกัน
ด้านนพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าคณะกรรมการประกันสังคม (สปส.) เห็นชอบมาตรการปล่อยกู้วงเงิน 1 หมื่นล้านบาทแก่ผู้ประกันตนในภูมิลำเนาเขตพื้นที่ 23 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยเพื่อนำไปซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย โดยกู้ได้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.5%หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยลอยตัว
สำหรับผู้ประกันตนที่มีสิทธิ์กู้ครั้งนี้มีอยู่ 2 แสนคนอย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีธนาคารใดบ้างที่เข้าร่วมโครงการโดยจะมีคณะทำงานเจรจากับธนาคารพาณิชย์และคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนพ.ย. โดยกลไกการปล่อยกู้นั้นสปส.จะนำเงินไปฝากไว้กับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการตามจำนวนผู้ยื่นกู้ ธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้สปส.1%ต่อปี และส่วนต่างดอกเบี้ย 1.5% จะเป็นค่าบริหารจัดการของธนาคาร
ทั้งนี้การปล่อยกู้ดังกล่าวจะส่งผลให้สปส.มีรายได้จากการลงทุนลดลง 64 ล้านบาท จากเดิมที่ต้องได้รับดอกเบี้ยเงินฝากปกติ 1.85% - 2.35% ต่อปี
นอกจากนี้คณะกรรมการสปส.ยังเห็นชอบกับการขยายระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบของสถานประกอบการออกไป 4 งวด ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค. 2553 และให้เริ่มนำส่งเงินสมทบได้ในเดือนม.ค. 2554 อย่างไรก็ตามสถานประกอบการที่นำส่งเงินสมทบได้ก็ขอให้นำส่งตามปกติ
สำหรับ 23 จังหวัดที่เข้าข่ายการช่วยเหลือครั้งนี้ประกอบด้วย เชียงราย น่าน สุโขทัย ลำพูน พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาถ สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี ลพบุรี และชัยภูมิ







