
รวบแม่บ้านแสบลักทรัพย์พบประวัติอื้อ
บช.น.แถลง รวบแม่บ้านจอมลักทรัพย์ เผยก่อเหตุมาแล้ว 35 ครั้ง
บช.น.แถลง รวบแม่บ้านจอมลักทรัพย์ เผยก่อเหตุมาแล้ว 35 ครั้ง
วันนี้ (20 ต.ค.) เวลา 13.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. แถลงข่าวจับกุมนางสาวมนัญชยา หรือเดียว ศิลาโภชน์ อายุ 26 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 71/40 ซอยวัดอัมพวา แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. ผู้ต้องหาที่ตระเวนลักทรัพย์ตามสำนักงาน โดยมีพฤติกรรมในการลักทรัพย์ด้วยการปลอมเป็นแม่บ้านตามสำนักงานที่เป็นอาคารตึกสูงต่างๆใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งอาศัยช่วงเวลาพักเที่ยงที่พนักงาน ตามสำนักงานลงมากินข้าว เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับเสียหายจำนวนมาก โดยผู้ต้องหาจะก่อเหตุในพื้นที่สน.ทองหล่อ สน.ลุมพินี ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานจำนวนมากตั้งอยู่ โดยมีผู้เข้ามาร้องเรียนจำนวนมาก
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนางสาว มนัญชยา หรือเดียว ศิลาโภชน์ ได้ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หน้าปากซอยเลียบวารี 25 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตบางกอกน้อย กทม. โดยแกะรอยผู้ต้องหารายนี้ได้จากกล้องวงจรปิดในสำนักงาน ชั้น 12 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม โดยคนร้ายได้ฉวยโอกาสในช่วงเวลากลางวันเข้าไปขโมยทรัพย์สิน ซึ่งในกล้องวงจรปิดเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย เป็นหญิงไทยอายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อเชิ้ตคอโปโลสีขาว กางเกงวอร์มสีดำ รองเท้าผ้าใบสีขาว ลักษณะคล้ายชุดพนักงานทำความสะอาด หลังก่อเหตุพบว่าคนร้ายได้นำเอาบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปใช้ซื้อมือถือยี่ห้อแบล็คเบอรี่ จำนวน 2 เครื่อง และนำทรัพย์สินเช่นโทรศัพท์มือถือไปจำหน่ายต่อตามร้านต่างๆ โดยเฉพาะที่ห้างมาบุญครอง ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้
สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าได้ตระเวนลักทรัพย์ตามสำนักงานอาคารสูง โดยใช้การแต่งกายลักษณะคล้ายชุดพลศึกษาหรือชุดพนักงานทำความสะอาด เข้าไปลักทรัพย์ในบริเวณสำนักงานช่วงเวลาประมาณ 12.00-13.00 น.ที่พนักงานในสำนักงานลงไปรับประทานอาหารกลางวัน โดยที่ผ่านมาจะขโมยของที่สามารถหยิบชวยได้ง่าย เช่น โทรศัพท์ที่มีราคาแพง บัตรเครดิต กระเป๋าสตางค์ ฯลฯ เมื่อทำการขโมยเรียบร้อยแล้วก็จะนำทรัพย์สินที่ได้มาไปขายที่ร้านรับซื้อโทรศัพท์ตามห้างฯ
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาสารภาพว่าเคยก่อเหตุมาแล้วทั้งหมด 35 ครั้ง เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 49 แต่เดิมจะทำเป็นขบวนการ โดยจะสมัครเป็นแม่บ้านตามอาคารต่างๆ ที่เปิดรับสมัคร หากสบช่องก็จะลักทรัพย์ทันที เงินที่ได้มาจากการขโมยของก็จะนำไปใช้จ่ายส่วนตัว อีกทั้งส่งให้ลูกและแม่ของตนเอง ช่วงแรกที่เริ่มขโมยจะทำกันเป็นกลุ่มแยกกันไปตามที่ต่างๆ ซึ่งของที่ขโมยมานั้นจะนำไปขายและแบ่งเงินกัน ต่อมาจึงเริ่มทำคนเดียวเพราะเพื่อนที่ทำได้แยกหายไป จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ในที่สุด







