
เร่งพร่องน้ำเขื่อนเมืองเพชรบุรี-กาญจนบุรีรับฝนระลอกใหม่ช่วงต้นก.ย.นี้
หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งพร่องน้ำทุกเขื่อนในพื้นที่เพชรบุรีและกาญจนบุรี เพื่อรับมือฝนละลอกใหม่ช่วงต้นเดือนก.ย.นี้
หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งพร่องน้ำทุกเขื่อนในพื้นที่เพชรบุรีและกาญจนบุรี เพื่อรับมือฝนละลอกใหม่ช่วงต้นเดือนก.ย.นี้
นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต แถลงข่าวสถานการณ์น้ำว่าจากการติดตามกลุ่มเฆมฝนของจิสด้า พบว่าวันที่ 8-9 ส.ค.ประเทศไทยมีฝนตกในพื้นที่แนวร่องฝนพาดผ่าน ภาคอีสาน พร้อมกับมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ยังอยู่แถวจ.ตาก จ.เพชรบุรี ทำให้มีฝนตกสะสม 70-80 มม. ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งพร่องน้ำดังกล่าวเพื่อรองรับฤดูฝนเต็มตัวของพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรที่จะมาช่วงปลาย ก.ย.เป็นต้นไป เกรงจะไม่มีที่รองรับน้ำหากมีฝนชุดใหม่หรือกรณีมีพายุจรเข้ามา
กรณีเมืองเพชรบุรี ต้องเฝ้าระวังวันที่ 10-13 ส.ค . เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนตกถึงวันที่ 9 ส.ค. ปริมาณน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ผ่านเขื่อนเพชร 165 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมฝนตกข้างบน คาดมีปริมาณน้ำจากไหลเขื่อนแก่งกระจานรวม 250-260 ลบ.ม.ต่อวินาที 10-11 ส.ค.นี้ ใช้เวลาวันครึ่ง(36 ชม.) ประมาณเที่ยงคืนวันที่13 ส.ค.ถึงตัวเมืองเพชร160 ลบ.ม.จะน้ำล้นท่วม 30 ซม.แต่ถ้ามีน้ำมากกว่าสูงเกิน170 ลบ.ม. มีผลน้ำเอ้อสูงกว่า50ซม รวมทั้งระดับน้ำทะเลหนุนในระหว่างวันดังกล่าวช่วงค่ำ อาจทำให้การระบายน้ำล่าช้าบางช่วงเวลาซึ่งต้องเตือนภัยประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูง
ทั้งนี้ได้ย้ำให้ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.)ที่ดูแลเขื่อนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง เร่งพร่องน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ควบคุม ตามแผนรองรับแนวร่องฝนตก ช่วงปลายเดือนนี้และเดือนก.ย. เพราะปลายเดือน ก.ย. ต.ค. เป็นฤดูฝนจริงๆของจ.เพชรบุรี ร่วมทั้งเขื่อนวชิราลงกรณ เหลือพื้นที่รับน้ำได้อีก 1.3 พันล้านลบ.ม. ระบายออก 43 ล้านต่อวัน มีแนวโน้มน้ำเข้าลดลง ทำให้ช่วง2เดือนนี้ยังประคองไปได้ ยกเว้นฝนตกหนัก ทางกฟผ.มีแผนผันน้ำข้ามสปิลเวย์พร่องน้ำให้มากขึ้น รวมทั้งเขื่อนศรีนครินทร์ ยังรับได้น้ำ หากระบายจะแจ้งเตือนล่วงหน้า
สำหรับปัญหาส่วนหนึ่งคือการจัดการพื้นที่รับน้ำต้นน้ำในเทือกเขาตะนาวศรี นายสำเริงระบุว่า เพราะ ขาดเทคโนโลยี เครื่องมือตรวจวัดน้ำฝนได้ปริมาณแท้จริง จึงอาศัยการคาดการณ์เชิงวิชาการ ใช้ตัวเลขจากสถานีวัดน้ำต่างๆของแต่ละหน่วยงานนำมาคำนวนได้บางส่วนเท่านั้น ซึ่งเวลาคาดการณ์อะไรไม่ได้แม่นยำจะลำบากมาก กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสารสนเทสทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.)ใช้เรดาร์ตรวจจับวัดน้ำจากกลุ่มเมฆ ประเมินได้ส่วนหนึ่ง
สำหรับสถานการณ์น้ำเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีน้ำ 725 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 102% ประเมินสภาพฝนไม่มากกว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีน้ำไหลเข้28.34 ล้านลูกบาศ์กเมตร(ลบ.ม.) ปริมาณน้ำไหลออก 13.33 ล้านลบ.ม.ต่อวัน และมีน้ำล้นสปิลเวย์ 33 ซม. อัตราน้ำไหลผ่าน 38.7 ลบ.ม.ต่อวินาที กรมชลฯใช้การระบายติดตั้งกาลักน้ำ เพิ่ม12 แถว ระบายได้อีก 5.88 ลบ.ม.ต่แวินาที รวมระบายจากเขื่อนอัตรา 154.37 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยสภาพพื้นที่ท้ายน้ำ ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ท่วม
อย่างไรก็ตามน้ำที่ล้นทางสปิลเวย์ ก้อนแรกจะเข้าถึงตัวเทศบาลเมืองเพชรบุรี ช่วงเที่ยงคืน เวลา 24.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ซึ่งจะแตะระดับตลิ่งเท่านั้น ดังนั้นช่วงนี้ยังไม่น่าห่วง สามารถจัดการควบคุมน้ำได้ โดยยังมีการแจ้งเตือนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เตรียมยกของขึ้นที่สูง ทำคันป้องกัน อีกทั้งภายในวันที่ 10-11 ส.ค. จะมีปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจานระดับสูงสุด ถ้าไม่มีฝนมาเติม คาคการณ์ว่าระดับน้ำล้นตลิ่งที่เทศบาลเมือง ไม่เกิน 30ซม.
ด้าน นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าการออกแบบพื้นที่เขื่อนแก่งกระจานใช้พื้นที่ 1.3 หมื่นไร่ รับน้ำท่า 900 ล้านลบ.ม.กักเก็บ 710 ล้านลบ.ม.ระดับสันเขื่อน สูงกว่าสปิลเวย์ 7 เมตร ได้ใช้การระบายออกสองทาง อาคารระบายลงน้ำเดิม ทางระบายน้ำออกทางคลองชลประทาน โดยใช้ควบคุมน้ำตามระดับกักเก็บสูงสุด-ต่ำสุด ที่ผ่านมามีการพร่องน้ำตามข้อสั่งการของพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กับนายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรฯ สั่งอธิบดีกรมชลฯพร่องน้ำในเดือนพ.ค. ขณะนั้นระดับน้ำยังต่ำ42%ของความจุ พอช่วงมรสุมกำลังแรงตะวันตกเฉียงใต้ ฝนตกมาคืนเดียวน้ำเข้าเขื่อน 150 ล้านลบ.ม เทียบอัตรา 1,700 ลบ.ม. ต่อวินาที หากกรณีไม่มีเขื่อนแก่งกระจานรองรับไว้ น้ำก้อนนี้จะลงมาท่วมเมืองทันที เป็นคุณูประการของอ่างเก็บน้ำ
นอกจากนั้นตั้งแต่ 6 ส.ค. ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ยังต่ำกว่าตลิ่งทั้งหมด จนถึงปลายน้ำลงอ่าวไทย ตั้งแต่ อ.แก่งกระจาน ต่ำกว่า 1.17 เมตร อ.ท่ายาง เหนือเขื่อนเพชร ต่ำ 4.3 เมตร ท้ายเขื่อน 4.5 เมตร อ.บ้านลาด 1.17 เมตร จุดสำคัญ อ.เมือง ระดับต่ำ 1.25 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านตัวเมือง 82 ลบ.ม.ต่อวินาที ได้บริหารจัดการน้ำที่มาจากเขื่อนแก่งกระจาน มาถึงหน้าเขื่อนเพชร ใช้คลองแนวพระราชดำริ ผันเข้าเข้าระบบคลองชลประทาน4 สายตัดน้ำลงทะเล
ทั้งนี้จากแบบจำลองสถานการณ์ คาดว่าวันที่ 10-11 ส.ค.น้ำจะล้นสปิลเวย์สูงสุดระดับ 50-60 ซม. ซึ่งยังต่ำกว่าสันเขื่อนทำนบดิน 6.4 เมตร โดยระยะทางมาถึงเขื่อนเพชร 60 กม.15 ชม.มาเทศบาลเมือง 20 ชม.
ประเมินจากเขื่อนแม่ประจัน เขื่อนห้วยผาก น้ำจากป่า มาถึงหน้าเขื่อนเพชร อัตรา 230-250 ลบ.ม.ต่อวินาที ได้คำนวนฝนเฉลี่ยไว้ด้วย โดยจะจัดการตัดยอดน้ำใช้ตัวเขื่อนเพชร ผันเข้าระบบชลประทาน แบ่งน้ำออกคลองซ้าย-ขวา 4 สาย ผลักดันออกคลองขุดใหม่ลงทะเลอ่าวไทย ให้รับได้มากขึ้น 35 ลบ.ม. รวมน้ำ 90 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้น้ำส่วนที่เหลือ ลงมาท้ายเขื่อนเพชร อัตรา 140-160 ลบ.ม.ต่อวินาที คาดการณ์ว่าสภาพรับน้ำในพื้นที่จุดต่ำสุด อ.ท่ายาง ยังมีน้ำต่ำกว่าตลิ่ง อ.บ้านลาด อ.เมืองเพชร ระดับท่วมสูงไม่เกิน 20-30 ซม. ส่วนอ.บ้านแหลม ถึงปากแม่น้ำ ท่วม 50-60 ซม.โดยนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการป้องกันจุดที่คาดการณ์น้ำท่วมสูง ให้เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ที่อ. บ้านแหลม และเครื่องสูบน้ำ ที่เขตเทศบาลตัวเมือง รวมระบายออกอ่าวไทยวันละ 2.4 แสนลบ.ม.
"ปีที่แล้วฝนตกท่วมเมืองเพชร เพราะตกท้ายเขื่อนแม่ประจัน แต่ปีนี้ ฝนตกเทือกเขาตะนาวศรี มีเขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนเพชร สามารถจัดการได้ดีขึ้น"นายทวีศักดิ์กล่าว
ในส่วนภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีน้ำเกินระดับกักเก็บระบายน้ำช่องทางฉุกเฉิน(สปิลเวย์)โดยล่าสุดปริมาณน้ำไหลเข้าและออกใกล้อัตราเคียงกัน รวมทั้งการระบายน้ำจากประเทศจีนลงแม่น้ำโขงลดลง และฝนตกในประเทศลาว เริ่มลดลงด้วย







