
กรมชลหาทางกั้นน้ำเข้ากรุง
กรมชลประทานคาดน้ำทะเลหนุนสูงสุดช่วง24-27ต.ค.ที่ 2.3เมตรเร่งบริหารน้ำไม่ให้ทะลักเกินคันกั้นเข้าเขตกทม.เผย13เขต27ชุมชน 1,273 ครัวเรือนเสี่ยงรับน้ำเหนือไหล่บ่า
กรมชลประทานคาดน้ำทะเลหนุนสูงสุดช่วง24-27ต.ค.ที่ 2.3เมตรเร่งบริหารน้ำไม่ให้ทะลักเกินคันกั้นเข้าเขตกทม.เผย13เขต27ชุมชน 1,273 ครัวเรือนเสี่ยงรับน้ำเหนือไหล่บ่า
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการป้องกันน้ำท่วมกทม. ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กรมอุตุนิยมวิทยา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการประสานงานโครงการพระราชดำริ(กปร.) เปิดเผยว่า ในการหารือร่วมกัน คาดการณ์ว่าในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุด ระหว่างวันที่ 24- 27 ต.ค. กรมชลประทาน จะพยายามบริหารน้ำเหนือจากชัยนาทเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ให้เกินระดับคันกั้นน้ำของกทม.
ทั้งนี้คาดว่าจะมีปริมาณน้ำเหนือไหลลงมาผ่านเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ระดับ 3,200 ลบ.ม.ต่อวินาที เมื่อบวกกับน้ำทะเลหนุน ก็คาดว่าระดับน้ำจะอยู่ที่ประมาณ 2.2- 2.3 เมตร ในขณะที่คันกั้นน้ำกทม. อยู่ที่ 2.5 เมตร เพราะฉะนั้นยังมั่นใจว่าจะสามารถคุมได้
อย่างไรก็ตาม จากปริมาณน้ำดังกล่าว จ.นนทุรี ปทุมธานีจะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งได้แจ้งเตือนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดังกล่าวเตรียมเสริมคันกั้นน้ำแล้ว
กทม.มั่นใจแนวกั้นน้ำท่วม13เขต27ชุมชนเสี่ยง!
ด้านนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะผู้บริหาร ลงเรือตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา
นายพรเทพ กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วงแม้จะมีปริมาณน้ำน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากวานนี้ กทม.ได้ดำเนินการก่อสร้างแนวกั้นน้ำอยู่ที่ความสูง2.50เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเชื่อว่า ระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร อาทิ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ ในสถานที่ต่างๆ สามารถระบายน้ำได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ กทม.ได้เร่งนำกระสอบทราย จำนวน 235,000 ถุง ไปติดตั้งเพื่อสร้างเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราว ในจุดที่การก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังไม่แล้วเสร็จกว่า 1 กิโลเมตร พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ประจำในพื้นที่จุดเสี่ยง ตลอด 24 ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ สำนักการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ได้ประเมินสถานการณ์ว่า กรณีมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนอื่นๆ ทางตอนบนของประเทศลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จะมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำของ กทม. จำนวน 13 เขต 27 ชุมชน รวมทั้งสิ้น 1,273 ครัวเรือน
สำหรับพื้นที่ทั้ง 13 เขตของกทม.ประกอบไปด้วย
1.เขตบางซื่อ ได้แก่ ชุมชนพระราม 6 (ฝั่งติดแม่น้ำ) และชุมชนปากคลองบางเขนใหม่
2.เขตดุสิต ได้แก่ ชุมชนเขียวไข่กา ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ (เชิงสะพานกรุงธน) ชุมชนซอยสีคาม (ซอยสามเสน 19) ชุมชนปลายซอยมิตรคาม (ซอยสามเสน 13) และชุมชนวัดเทวราชกุญชร (ถนนศรีอยุธยา)
3.เขตพระนคร ได้แก่ ชุมชนท่าวัง ชุมชนท่าช้าง และชุมชนท่าเตียน
4.เขตสัมพันธวงศ์ ได้แก่ ชุมชนวัดปทุมคงคา (ท่าน้ำสวัสดี) และชุมชนตลาดน้อย
5.เขตบางคอแหลม ได้แก่ ชุมชนวัดบางโคล่นอก ชุมชนหน้าวัดอินทร์บรรจง ชุมชนซอยมาตานุสรณ์ และชุมชนหลังโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
6.เขตยานนาวา ได้แก่ ชุมชนโรงสี (ถนนพระราม 3)
7.เขตคลองเตย ได้แก่ ชุมชนสวนไทรริมคลองพระโขนง
8.เขตบางพลัด ได้แก่ ชุมชนวัดฉัตรแก้ว
9.เขตบางกอกน้อย ได้แก่ ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ ชุมชนปากคลองน้ำตาล-คลองพิณพาทย์ ชุมชนตรอกวังหลัง และชุมชนดุสิต-นิมิตรใหม่
10.เขตธนบุรี ได้แก่ ชุมชนปากคลองบางกอกใหญ่
11.เขตคลองสาน ได้แก่ ชุมชนเจริญนครซอย 29/2
12.เขตราษฎร์บูรณะ ได้แก่ ชุมชนดาวคะนอง
13.เขตทวีวัฒนา ได้แก่ ชุมชนวัดปรุณาวาส







