posttoday
พ่อเชื่อปมสังหารนักธุรกิจสาวมาจากเรื่องเงิน ตร.เร่งประสานกัมพูชาล่าตัว"โก้"

พ่อเชื่อปมสังหารนักธุรกิจสาวมาจากเรื่องเงิน ตร.เร่งประสานกัมพูชาล่าตัว"โก้"

02 สิงหาคม 2561

พ่อเชื่อปมสังหาร "เชอรี่" นักธุรกิจสาวมาจากเรื่องเงิน เผยแม่บ้านโรงแรมได้ยินเสียงคล้ายมีการทวงเงิน ขณะที่ตำรวจประสานกัมพูชาเร่งติดตามตัวคนร้ายแล้ว

พ่อเชื่อปมสังหาร "เชอรี่" นักธุรกิจสาวมาจากเรื่องเงิน เผยแม่บ้านโรงแรมได้ยินเสียงคล้ายมีการทวงเงิน ขณะที่ตำรวจประสานกัมพูชาเร่งติดตามตัวคนร้ายแล้ว

จากกรณีน.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และขนส่ง ได้ถูกฆาตกรรมในโรงแรมย่าน ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 19 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ซึ่งต่อมา ศาลอาญารัชดาได้อนุมัติหมายจับนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา ในข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน" และต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์เบนซ์ของผู้ตายที่ถูกนายอัศยาขับมาจอดทิ้งไว้ที่ ด่านชายแดนถาวรบ้านผักกาด ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งคาดว่า ขณะนี้ ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปอยู่ที่บ่อนคาสิโนในประเทศกัมพูชา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ส.ค.เวลา 09.30 น. นายอำนวย วิชัยโชติ อายุ 67 ปี และ นายบัณฑิต ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 30 ปี บิดาและน้องชาย ของน.ส.ธิติมา ได้เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รอง ผกก.( สอบสวน ) สน.โชคชัย เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม และรับทรัพย์สินของน.ส.ธิติมา กลับคืน

นายบัณฑิตเปิด เผยว่า วันนี้มารับทรัพย์สิน ของพี่สาวกลับคืนซึ่งมีกระเป๋าสะพาย กุญแจ เอกสารบางส่วนทรัพย์สินที่หายไปเพิ่มเติมมีกำไรทอง แหวนทอง ที่พี่สาวใส่ และเงินสดอีกจำนวน 2 แสนบาท ส่วนจำนวนเงิน 2.7 ล้าน ตนเองก็ไม่ทราบว่ามาจากไหน เพราะที่ห้องพักก็ไม่พบเงินจำนวนดังกล่าวนี้อยู่ด้วย

ด้านพล.ต.ต.ธีระพงษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายสามารถเดินทางเข้าออกฝั่งชายแดนได้อย่างสะดวกโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ ทั้งนี้ได้ประสานกับประเทศเพื่อนบ้านในการติดตามตัวแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี

ส่วนจะมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ช่วยเหลือหลบหนีหรือไม่นั้น จากข้อมูลคร่าวๆ ทราบว่าผู้ต้องหาไม่ค่อยได้เดินทางไปบริเวณดังกล่าว อาจจะไม่รู้จักหรือสนิทสนมกับผู้มีอิทธิพลเท่าที่ควร ซึ่งในส่วนนี้หากพบว่ามีการทำเป็นขบวนการสนับสนุนพาผู้ต้องหาหลบหนี หรือให้การช่วยเหลือ ก็จะดำเนินการกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนบุคคลที่ปรากฏในภาพวงจรปิดทั้งในรถและในโรงแรมประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นผู้ใดซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานและเตรียมออกหมายจับเพิ่มเติม ทั้งนี้หากผู้ต้องหามีการขัดขืนขณะจับกุม ทางเราก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

พล.ต.ต.ธีระพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่พบรถยนต์ของผู้ตายแล้วยังพบว่ามีทรัพย์สินผู้ตายที่หายไปอีกบางส่วน อาทิ บัตรเอทีเอ็ม กระเป๋าสตางค์ ได้หายไปด้วยในส่วนนี้ทางญาติมีการอายัดเป็นที่เรียบร้อย สำหรับเงินจำนวน 2 แสนที่ผู้ตายมีการถอนออกไปก่อนพบศพนั้นจากการตรวจสอบพบว่าทั้งคู่ได้ไปถอนเงินดังกล่าวด้วยกันและไม่มีทีท่าจะเป็นการบังคับให่ไปถอนออกมา

ในส่วนของภาพกล้องวงจรปิดที่เปิดเผยจากโรงแรมแห่งหนึ่งในฝั่งกัมพูชา ยืนยันมีคนร้ายปรากฏอยู่ในภาพดังกล่าวแต่บุคคลที่เดินตามหลังยังไม่ขอยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตามทางพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. สั่งให้เร่งรัดติดตามคดีและให้จับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ภายใน 7 วัน

พล.ต.ต.ธีระพงษ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบการเงินของผู้ตายพบมีการเปิดบัญชีไว้กับธนาคารต่างๆไว้จำนวน 14 บัญชี มีวงเงินนับ 10 ล้านบาท ซึ่งคนร้ายไม่น่าจะทราบว่ามีบัญชีพวกนี้อยู่ด้วย หลังจากนี้จะประสานไปยังธนาคารทั้ง 14 บัญชีให้ตรวจสอบว่ามีการเคลื่อนไหวทางบัญชีหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าหลังจากคนร้ายได้บัตรเอทีเอ็มผู้ตายไปแล้วมีการไปกดเงินออกมาอีกหรือไม่

ต่อมาเวลา 10.00 น. เมื่อเจ้าหน้าที่นำรถยนต์เบนซ์ของผู้ตายมาถึงสน.โชคชัยนายอำนวย และนายบัณฑิต ได้เดินไปตรวจสอบความเรียบร้อยของรถยนต์ ก่อนที่จะมาลงบันทึกประจำวันรับทรัพย์สินลูกสาวกลับ

ด้านพ.ต.อ.สุพล เปิดเผย หลังจากที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บรายนิ้วมือแฝงในรถเบนซ์ ของผู้ตายที่คนร้ายขับไปจอดทิ้งไว้ เสร็จสิ้นตำรวจเตรียมนำมาเก็บรักษาไว้ที่สน.โชคชัย เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตมายืนยัน และเพื่อสะดวกในการตรวจหลักฐานเพิ่มเติม สำหรับภาพวงจรปิดที่ปรากฏในโรงแรมประเทศเพื่อนบ้าน เวลาประมาณ 19.10 น.ในวันที่ 27 ก.ค. พบว่าเป็นภาพที่คนร้ายกำลังเดินออกจากโรงแรมซึ่งคนร้ายไม่น่าจะเข้าพักแรมเพราะใช้เวลาอยู่ในโรงแรมเพียง 1 ชั่วโมง ครึ่งเท่านั้น

ขณะที่นายอำนวย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ตนเห็นนายอัศยาครั้งแรกตนได้ประเมินจากสายตาเห็นว่าคนนี้ไม่น่าไว้ใจ การก่อเหตุถือว่าโหดร้ายมากและรับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าว จากการสอบถามแม่บ้านของโรงแรมที่พบศพลูกสาวเล่าว่าได้ยินเสียงคล้ายมีการทวงเงิน จึงเชื่อว่าปมสังหารน่าจะมาจากเรื่องเงิน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าตลอดเวลา 1 ปี ที่ผ่านมาคนร้ายยืมเงินผู้ตายไปกี่บาทแล้ว ในส่วนบัญชีทั้ง 14 บัญชีตนก็เพิ่งมาทราบว่ามีบัญชีดังกล่าวอยู่ นั้นหลังจากนี้จะไปดำเนินการอายัดบัญชีทั้งหมดภายในวันนี้ ตนอยากให้คนร้ายเขามอบตัวโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท