posttoday
หลังป้อม‘มหากาฬ’

หลังป้อม‘มหากาฬ’

31 กรกฎาคม 2561

หลังป้อม‘มหากาฬ’ ทว่าท้ายที่สุดเรื่องทั้งหมดได้จบลงด้วยโอกาสและสิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกคน

โดย...แสงตะเกียง

เรื่องราวที่เกิดขึ้นด้านหลังป้อมมหากาฬเต็มไปด้วยความยากลำบาก ความขัดแย้ง ทว่าท้ายที่สุดเรื่องทั้งหมดได้จบลงด้วยโอกาสและสิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกคน ที่สามารถย่างก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้อย่างเต็มภาคภูมิ

จากประวัติความเป็นมาป้อมมหากาฬเป็น 1 ใน 14 ป้อม ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ได้โปรดให้สร้างขึ้นตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี เพื่อป้องกันการรุกรานของข้าศึกศัตรูปัจจุบันคงเหลือป้อมเพียง 2 แห่ง คือ ป้อมพระสุเมรุและป้อมมหากาฬแห่งนี้

เมื่อปี 2502 โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณป้อมมหากาฬเป็นโครงการที่รัฐบาลมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการจัดซื้อที่ดินเพื่อปรับปรุงพื้นที่หลังป้อมมหากาฬให้สะอาดเรียบร้อย โดยมีที่ดินจำนวน 21 แปลง คิดเป็นเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 59.35 ตารางวา บ้านเรือน 28 หลัง

จากนั้น กทม.ได้ซื้อที่ดินเรื่อยมาจนถึงปี 2535 และมีประกาศบังคับใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร ในปี 2535 กระทั่งเวนคืนที่ดินหมดทุกแปลงสำเร็จ

ระยะเวลาภายในไม่นานปรากฏว่ามีโรงเรือนเพิ่มขึ้นเป็น 102 หลังคาเรือนเจ้าของอาคารทุกรายได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายและได้รับเงินค่าทดแทนการรื้อถอนขนย้ายอาคารจาก กทม.ตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา เจ้าของอาคารส่วนใหญ่ได้รื้อถอนขนย้ายอาคารออกไปจากพื้นที่เวนคืนแล้วคงเหลือ 56 หลังที่ยังไม่ยอมรื้อถอน

โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่าเจ้าของอาคารที่เหลือจำนวนหนึ่งประสงค์จะรื้อถอนอาคารข้างต้น แต่ถูกกลุ่มชุมชนขัดขวางไม่ให้เจ้าของอาคารรื้อถอนทรัพย์สินของตัวเอง จึงมาร้องขอให้ กทม.เข้ามาดำเนินการรื้อถอนอาคารให้ ซึ่งในระหว่างการดำเนินโครงการต้องประสบกับการ
ต่อต้านจากผู้อาศัยภายในชุมชนบางส่วน อาทิ ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่หรือจำกัดพื้นที่บางส่วนสร้างความลำบากเท่าที่จะทำได้ ในบางครั้งมีการนำวัสดุต่างๆ มาตั้งวางกีดขวางทางเข้าออก เพื่อกดดันไม่ให้ความร่วมมือท่ามกลางบรรยากาศการเจรจา 

กระทั่ง กทม.ต้องขอความร่วมมือจากฝ่ายความมั่นคงลงพื้นที่เจรจากับผู้อาศัยกลุ่มที่เห็นด้วย เพื่อจูงใจให้ย้ายออกจากพื้นที่โดยเร็ว ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านใช้ความพยายามชี้แจงด้านกฎหมายเป็นหลัก และหยิบยื่นความช่วยเหลือเรื่องกำลังคนเพื่อขนย้าย ช่วยเหลือเรื่องรถขนส่งไปสถานที่ที่ต้องการ

นอกจากนี้ ยังได้ประสานการเคหะแห่งชาติให้ผู้ที่สนใจเช่าซื้อที่พักอาศัยโครงการบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี (ท่าตำหนัก) และผู้ที่สนใจเข้าร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ให้อาศัยบริเวณชุมชนทอผ้า (เกียกกาย) อย่างถาวร กระทั่งผู้ต่อต้านยินยอมออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมด

ในที่สุด กทม.สามารถเข้าดำเนินการเก็บเศษซาก ขยะ กรุยทาง ปรับปรุงพื้นที่เป็นหลุมเป็นบ่อ เพื่อจัดทำเป็นสวนสาธารณะชั่วคราว ประดับดอกไม้ ต้นไม้ ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง และติดตั้งห้องน้ำ รวมถึงจัดเวรยามเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้มาใช้บริการสวนสาธารณะ กำหนดเวลาเปิด-ปิดเช่นเดียวกับสวนสาธารณะทั่วไปตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น.

นับได้ว่าพื้นที่ป้อมมหากาฬได้เปิดมุมมองโบราณสถานสำหรับศึกษาหาความรู้ทางประวัติศาสตร์ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเอกลักษณ์ของกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างโอกาสการเรียนรู้ของเยาวชนและธำรงไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท