
ทำไมต้องแข่งขัน
หากการบินไทย จับมือกับไทเกอร์ แอร์ ของสิงคโปร์ ลงทุนตั้งการบินต้นทุนต่ำจริง ผู้ที่จะได้รับผลกระทบก็คือ ไทยแอร์ เอเชีย ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดในสายการบินโลว์คอสต์ ถึง 67.8% เพราะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น
หากการบินไทย จับมือกับไทเกอร์ แอร์ ของสิงคโปร์ ลงทุนตั้งการบินต้นทุนต่ำจริง ผู้ที่จะได้รับผลกระทบก็คือ ไทยแอร์ เอเชีย ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดในสายการบินโลว์คอสต์ ถึง 67.8% เพราะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น
ความจริง การที่ ไทยแอร์ เอเชีย เป็นเจ้าตลาดในธุรกิจนี้ คงไม่ใช่สาระสำคัญใดๆ โดยในแง่ธุรกิจ ใครแข็งแกร่งคนนั้นย่อมชนะ
แต่หากดูที่มาที่ไป และสถานะของไทยแอร์ เอเชีย เห็นทีต้องบอกว่า จำเป็นต้องมีคู่แข่ง โดยเฉพาะสายการบินของไทย
จุดกำเนิด ไทยแอร์ เอเชีย มาจากตระกูลชินวัตร ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตัดสินใจร่วมทุนกับแอร์เอเชีย ประเทศมาเลเซีย โดยใช้บริษัท ชิน คอร์ป ถือหุ้น 50% ในนามของบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น ในขณะที่แอร์ เอเชีย ถือหุ้นเป็นจำนวน 49% และอีก 1% เป็นการถือหุ้นโดยบุคคลธรรมดา
ครั้งนั้นตระกูลชินวัตรหวังว่า ไทยแอร์ เอเชีย จะเป็นเรือธงในธุรกิจการบิน
แต่หลังการขายหุ้นชินคอร์ปของตระกูลชินวัตรให้ เทมาเซก สิงคโปร์ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น เนื่องจาก พ.ร.บ.การเดินอากาศ กำหนด นิติบุคคลที่ถือหุ้นในกิจการสายการบิน ต้องมีบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่า 51%
การซื้อขายโอนหุ้นจึงเกิดขึ้น จนปัจจุบันไทยแอร์ เอเชีย มีผู้ถือหุ้นเพียง 2 กลุ่ม คือ เอเชีย เอวิเอชั่น ถือหุ้น 51% และแอร์เอเชีย ถือ 49% โดยผ่านบริษัทลูก
ถ้าดูตามสัดส่วน ไทยแอร์ เอเชีย ก็เป็นสัญชาติไทย เพราะถือหุ้นโดยนิติบุคคลไทยเกิน 51%
แต่ทว่า หากไปดูการเนื้อในบริษัทเอเชีย เอวิเอชั่น ที่ถือหุ้นข้างมากในไทยแอร์ เอเชีย อาจเห็นความเชื่อมโยงบางอย่าง เพราะผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารในบริษัท ไทยแอร์ เอเชีย
และที่สำคัญ ในรายงานประจำปีของแอร์ เอเชีย มาเลเซีย ได้ลงรูป หน้าตาของผู้ถือหุ้นเหล่านั้น โดยระบุเอาไว้ว่าเป็นของเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของแอร์ เอเชียที่อยู่ในประเทศไทย
ไทยแอร์ เอเชีย จึงอาจเกิดความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกควบคุมการบริหารทั้งทางตรง หรือทางอ้อม โดยแอร์ เอเชีย แห่งมาเลเซีย
หากเป็นเช่นนั้นจริง คำถามก็คือ จะให้กิจการลักษณะเช่นนี้เป็นขาใหญ่ในสายการบินต้นทุนต่ำต่อไป หรือต้องเปิดให้มีการแข่งขัน ???
ยิ่งเฉพาะหากใครได้เห็นงบการเงินของแอร์ เอเชีย ก็จะพบภาพที่ชัดเจนทำไมจำเป็นต้องมีสายการบินต้นทุนต่ำแห่งที่ 2 หรือ 3
และโดยเฉพาะ โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ควรจะต้องเบิ่งตารับรู้อย่างยิ่ง
เมื่อรู้ก็จะได้ตอบคำถามได้เต็มปากเต็มคำเสียที
เป็นเสี่ยวอีสานขนานแท้หรือมีโคตรเหง้าเหล่ากอมาจากกัวลาลัมเปอร์?







