
คำร้องที่แลกด้วยชีวิต
เป็นเรื่องสะเทือนใจอย่างยิ่ง เมื่อเกิดกรณีกระโดดตึกจากชั้น 8 ศาลอาญาของชายวัย 52 ปี
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องสะเทือนใจอย่างยิ่ง เมื่อเกิดกรณีกระโดดตึกจากชั้น 8 ศาลอาญาของชายวัย 52 ปี เนื่องจากผิดหวังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ยกฟ้องจำเลยคดีแทงบุตรชายจนเสียชีวิต
ผลที่ตามมาก่อให้เกิดแรงสะเทือนไปทั่วในกระบวนการยุติธรรม
ด่านแรกที่โดนเข้าไปเต็มเปาคือ ตำรวจ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จะไปดูสำนวนเก่ามีความเป็นมาอย่างไร โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
และกรณีนี้ยังถือเป็นตัวอย่างในการทำสำนวนของตำรวจด้วย
ลำดับถัดมา พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวพร้อมเตรียมเรียกพนักงานสอบสวนที่ทำสำนวนมาให้รายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่าสำนวนมีความสมบูรณ์ หรือมีความบกพร่องหรือไม่
ขณะเดียวกัน สุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นการฟ้องร้องความผิดฐานฆ่าผู้อื่น โดยใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงบริเวณร่างกายเกิดขึ้นบริเวณถนนประชาสังคมสงเคราะห์ 1 ดินแดง กรุงเทพมหานคร
จำเลยหลบหนีไป ต่อมาให้การปฏิเสธและต่อสู้คดีว่าไม่ใช่ผู้กระทำผิด
เบื้องต้นศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์และให้การไว้ในชั้นสอบสวน ไม่อาจมาเบิกความในชั้นศาลได้ โดยอยู่ระหว่างการรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาล
คดีนี้จึงต้องรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนที่นำส่งในชั้นศาล ประกอบพยานหลักฐานอื่น
แต่พยานหลักฐานอื่นยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยได้ เช่น ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ได้
ดังนั้น เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วจึงมีคำพิพากษายกฟ้อง
อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นเพียงการพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น ฝ่ายโจทก์ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีตามกฎหมายได้ต่อไป
ในชั้นอุทธรณ์ ผู้พิพากษาก็จะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนโดยปราศจากความกดดันหรืออคติใดๆ
ศาลจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทำหน้าที่มาอย่างดีที่สุดแล้ว โดยกระบวนการยุติธรรมทางอาญาต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายหรือจำเลยในคดี
และเมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทุกฝ่ายก็ไม่สบายใจ เสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่ก็จะยืนหยัดทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดต่อไป
ฟังแล้วก็พออุ่นใจในกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
แต่คำถามตัวโตๆ ก็คือทำอย่างไรที่ไม่ต้องให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
ในการที่ต้องใช้ชีวิต เพื่อเขียนคำร้องคับแค้นในเรื่องราวที่หายไป
แน่นอน ในฐานะผู้เสียหายมีความฝังใจกับเหตุที่เกิดขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องแสดงออกถึงความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ลดความอัดอั้น เคลือบแคลง
ผิดก็ว่าตามผิด ถูกก็ว่าตามถูก ไม่สร้างความเคลือบแคลงในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
ความยุติธรรม คือสิ่งที่นำพาความสงบสู่สังคม
บ้านเมืองถึงจะอยู่ด้วยความสันติ







