posttoday
ศาลรธน.กระอักคลิป กับดักกดดันยุบปชป.

ศาลรธน.กระอักคลิป กับดักกดดันยุบปชป.

20 ตุลาคม 2553

กลายเป็นแรงกดดันครั้งใหม่ที่รุมเร้าการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญต่อการวินิจฉัยชี้ชะตาอนาคตพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ “คลิปลับยุบพรรคประชาธิปัตย์” ทั้ง 5 ตอน กำลังแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว และถูกหยิบยกมาขยายผลจากหลายฝ่าย

กลายเป็นแรงกดดันครั้งใหม่ที่รุมเร้าการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญต่อการวินิจฉัยชี้ชะตาอนาคตพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ “คลิปลับยุบพรรคประชาธิปัตย์” ทั้ง 5 ตอน กำลังแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว และถูกหยิบยกมาขยายผลจากหลายฝ่าย

โดย...ทีมข่าวการเมือง

 

ศาลรธน.กระอักคลิป กับดักกดดันยุบปชป.

กลายเป็นแรงกดดันครั้งใหม่ที่รุมเร้าการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญต่อการวินิจฉัยชี้ชะตาอนาคตพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ “คลิปลับยุบพรรคประชาธิปัตย์” ทั้ง 5 ตอน กำลังแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว และถูกหยิบยกมาขยายผลจากหลายฝ่าย

ในวันที่ยังไม่มีใครประกาศตัวยอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคลิป รู้เพียงแต่ว่าการเผยแพร่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ไม่กี่วันก่อนนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เบิกความปิดท้ายการไต่สวนพยานคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ย่อมต้องหวังผลสร้างแรงกดดันในการพิจารณาคดีอย่างเป็นระบบ

ทั้ง “ไพ่ใบสุดท้าย” ของประชาธิปัตย์อย่าง อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพราะตามข้อกฎหมายคำสั่งของนายทะเบียนพรรคการเมืองจะมีผลเด็ดขาดชี้เป็นชี้ตายว่าจะให้เดินหน้ายื่นเรื่อง “ยุบ” หรือ “ไม่ยุบ”

โดยเฉพาะท่าทีชัดเจนก่อนหน้านี้ที่ “อภิชาต” มีความเห็นยืนตามคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ที่เห็นว่าประชาธิปัตย์ไม่มีความผิดมาโดยตลอด พยานปากนี้จึงน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประชาธิปัตย์หลุดพ้นข้อกล่าวหาด้วยช่องทางตามข้อกฎหมายแทนข้อเท็จจริง

ยังไม่รวมถึงการที่ “อภิชาต” ลงนามในหนังสือเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2550 การันตีความถูกต้องในบัญชีการใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2548 และเห็นสมควรให้ยุติการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินสนับสนุน

ไม่น่าแปลกใจที่สุดท้ายตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเดินหน้ากระบวนการพิจารณา นัดคู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงคำปิดคดีด้วยวาจาในวันที่ 29 พ.ย.นี้ โดยไม่มีมติเรียก “อภิชาต” มาเบิกความเพิ่มเติมอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะเป็นก่อนหน้านี้

เพราะหากเรียก “อภิชาต” มาเป็นพยานจริง ย่อมตอกย้ำความเป็นจริงในคลิปยุบพรรคประชาธิปัตย์ ตอนที่ 2 เนื้อหาเป็นการสนทนาระหว่าง วิรัช ร่มเย็น สส.ระนอง ในฐานะทีมงานต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ และพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ “พุ่งเป้า” ไปที่ความพยายามดึง กกต.มาเป็นพยานในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์

แม้ “วิรัช” ที่ออกมายืนยันว่าเป็นตัวจริงเสียงจริงในคลิป จะพยายามโบ้ยว่าเป็นการ “จัดฉาก” ถูกหว่านล้อมขุดหลุม ถามนำให้พูดไปตามที่ถูกชี้นำ แต่ไม่อาจหักล้างข้อครหาเรื่องการล็อบบี้ศาลรัฐธรรมนูญตามที่พรรคเพื่อไทยหยิบยกมาโจมตี

ยิ่งมีสถานะของทั้งคู่ผูกมัดตัวเอง ทั้งคณะทำงานต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ และเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ

ทว่า การปลด “พสิษฐ์” ตัดตอนความผิดและความเกี่ยวข้องมาถึงศาลรัฐธรรมนูญ ดูจะเป็นเพียงแค่การบรรเทาความเสียหายที่ปลายเหตุ ด้วยการโยนความผิดให้เป็นเรื่องส่วนตัวของ “พสิษฐ์” แต่สุดท้ายก็ไม่อาจปฏิเสธความผิดที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ไปจนถึงกระบวนการสรรหาคนมาทำหน้าที่เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อเชิงลึกแล้ว “พสิษฐ์” ยังเชื่อมโยงความสัมพันธ์ต่อไปถึง ร.ต.อ.อรรถกวี ขุนพินิจ นายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ที่ถูกพาดพิงว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับ ประจวบ สังข์ขาว ผู้บริหารเมซไซอะฯ และนำมาสู่การดำเนินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์

ผลจากคลิปลับทั้ง 5 ชุด กำลังเริ่มบั่นทอนความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถึงกับต้องออกมาแถลงข่าวยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ว่าเป็นไปตามพระปรมาภิไธยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นกลางกับทุกฝ่าย ไม่มีใครมาก้าวก่ายแทรกแซง

แต่นี่ยังเป็นเพียงแค่ “จุดเริ่มต้น” เมื่อคลิปนี้ได้สร้าง “กับดัก” ที่จะถูกนำไปขยายผลอีกครั้ง หลังมีคำตัดสินชี้ชะตาพรรคเก่าแก่กว่า 64 ปี ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ เพราะไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และศรัทธาความน่าเชื่อถือที่มีต่อสถาบันศาลรัฐธรรมนูญ

ด้านหนึ่ง หากผลออกมาว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ แม้จะเป็นการพิจารณาตามหลักฐานและข้อกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แต่สุดท้ายย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปขยายผลตอกย้ำเป้าหมายในสิ่งที่ “คลิป” ต้องการนำเสนอ

สอดรับกับเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณี ทศพล เพ็งส้ม คณะทำงานต่อสู้คดียุบพรรคของประชาธิปัตย์ ที่แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่ได้ไปรับเอกสารลับคดียุบพรรคนอกเวลาราชการจากเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องถูกถอดออกจากคณะทำงานเพื่อป้องกันข้อครหา

อีกด้านหนึ่ง หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ ที่แม้จะเป็นไปตามหลักฐานข้อกฎหมาย ย่อมต้องมีคนจากประชาธิปัตย์ออกมาตีโพยตีพายว่าเป็นการตัดสินที่ถูกแรงกดดันจากคลิปดังกล่าว หรือกลัวที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปขยายผลหากไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์

ลำพังแค่ไม่มีคลิป แรงกดดันเรื่อง “สองมาตรฐาน” ที่ฝ่ายเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยพยายามหยิบยกมาเป็นประเด็นความเคลื่อนไหว ก็ส่งผลต่อการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญระดับหนึ่งแล้ว การมีคลิปออกมายิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้น

ในแง่เนื้อหาข้อมูลจากการไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายรวม 30 ปาก ฝ่าย กกต.ในฐานะผู้ร้อง 16 ปาก และฝ่ายประชาธิปัตย์ในฐานะผู้ถูกร้อง 14 ปาก มีการหักล้างข้อมูล นำเสนอข้อมูล และต่อสู้ด้วยข้อกฎหมาย จนตอบได้ยากว่าผลสุดท้ายประชาธิปัตย์จะ “ยุบ” หรือ “ไม่ยุบ”

การมี “คลิปลับ” นี้ออกมา จึงเป็นเหมือนกับ “กับดัก” ที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องเผชิญ และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝ่าฟันก้าวข้ามแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง โดยมีเดิมพันเป็นศรัทธาและความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญในการตัดสินคดีประวัติศาสตร์ครั้งนี้

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี