
ไร้ประสิทธิภาพ
ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นกับประเทศไทยแทบทุกปี ประชาชนคนไทยต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอม เสมือนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ในข้อเท็จจริงเรามีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวโดยตรง อย่างน้อย 4 หน่วยงานใน 4 กระทรวงหลัก อาทิ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นต้น
ในแต่ละปีหน่วยราชการทั้ง 4 ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลเป็นจำนวนมหาศาล เพื่อนำไปปฏิบัติภารกิจของแต่ละหน่วยให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
การเกิดน้ำท่วมใหญ่โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียงดังที่เห็นและเป็นอยู่ เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และความล้มเหลวในภารกิจของบางองค์กรซึ่งไม่ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีเครือข่ายคลุกคลีอยู่กับประชาชน 24 ชม. ในทุกพื้นที่ ก็น่าถึงเวลาอันสมควรในการเปลี่ยนชื่อกรมเสียใหม่ หากไม่ได้ทำหน้าที่ป้องกันภัยและรวมถึงกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งมีระบบแจ้งภัย
ดังเช่นที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงความรู้สึกภายหลังรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ถึงประเด็นที่ยังคงน่าเป็นห่วง คือเรื่องระบบการแจ้งเตือนภัยประชาชน
โดยนายกรัฐมนตรีได้แก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพูดคุยกับเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อขอความร่วมมือในการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนประชาชนให้เร่งอพยพออกจากพื้นที่โดยเร็ว หากเกิดสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงขึ้น
น่าฉงนหากปัญหาระดับนี้ต้องให้นายกรัฐมนตรีมาสั่งการ ย่อมแสดงว่าประเทศไทยเรานี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
ด้วยปัญหาการแจ้งเตือนนี้เอง ทำให้ชาวบ้านในนครราชสีมาถูกกระแสน้ำทะลักท่วมกลางดึก ขณะที่ทุกคนกำลังหลับพักผ่อนอยู่ในเคหสถาน ทำให้เกิดความเสียหายทางทรัพย์สินอย่างมหาศาล แม้กระทั่งโรงพยาบาลหลายแห่งต่างตกอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งเสี่ยงต่อความเสียหายที่มากยิ่งขึ้นไป
การที่ผู้รับผิดชอบในหน่วยราชการบางแห่ง พยายามยกสถิติขึ้นมาอ้างอิง เช่น ปริมาณน้ำที่เกิดขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี เขื่อนไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำเพิ่มได้จึงจำเป็นต้องปล่อยลงมา
การพูดต่างๆ นานาดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่า สิ่งที่พวกเขาได้รับเป็นชะตากรรม สิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงคำกล่าวที่อาจมุ่งหวังให้บาปในใจตัวผู้พูดลดน้อยลงเท่านั้น
เพราะนั่นไม่ต่างจากคำแก้ตัวแม้แต่น้อย







