posttoday
...จมน้ำ

...จมน้ำ

20 ตุลาคม 2553

เรียกได้ว่า “เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด” สำหรับประชาชนคนไทย

เรียกได้ว่า “เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด” สำหรับประชาชนคนไทย

โดย...ทีมข่าวการเงิน

 

...จมน้ำ

เรียกได้ว่า “เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด” สำหรับประชาชนคนไทย

ตั้งแต่เหตุการณ์เผาบ้านจากไฟการเมืองเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อเดือน มิ.ย.

จากนั้นยังมีเสียงกัมปนาทตูมตามๆ เป็นระยะๆ หลังสุดคือระเบิดลูกใหญ่ในแมนชันย่านบางบัวทอง

ส่วนระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจ คือปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นปัญหาต่อภาคส่งออกตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา

ล่าสุด คนไทยต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 50 ปี ที่ จ.นครราชสีมา และลามมายังพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัด

โคราชซึ่งเป็นศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าถูกตัดขาด กิจกรรมทางเศรษฐกิจอีสานต้องหายไปอย่างน้อย 1 เดือน

แน่นอนว่าความเสียหายนั้นมหาศาลเกินกว่าจะบรรยาย!!!

ยังไม่นับพื้นที่ทางการเกษตรที่ยับเยินรวมแล้ว 30 จังหวัด โอกาสที่ชาวนาจะได้ประโยชน์จากราคาข้าวที่สูงขึ้น ก็มีน้อยลง

ขณะที่ภาคธุรกิจในหัวเมืองใหญ่ต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าปลีก การขายสินค้าเกษตร ต้องชะลอตัว

ส่วนภาคการท่องเที่ยวไม่ต้องพูดถึง เดือน ต.ค. หมายถึงม่านฤดูกาล “ไฮซีซัน” กำลังจะเปิดอยู่รอมร่อ

แถมโคราช อยุธยา เป็นเส้นทางที่มาจากกรุงเทพฯ ขึ้นเหนือและอีสาน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในฤดูหนาว

พอเจอน้ำท่วมอย่างนี้ เรียกได้ว่าลูกค้าทั้งคนไทยและต่างประเทศ ที่เคยจองห้องพักเอาไว้ต่าง “แคนเซิล” หรือยกเลิก หรือไม่ก็เลื่อนการเดินทางออกไปไม่มีกำหนด

ยิ่งเจอกรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า พายุจะมีอีกหลายระลอก ก็ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวต้องอกสั่นขวัญแขวน

เรียกได้ว่างานนี้คนไทยเสียโอกาสมากมาย ทั้งที่ตัวเลขเศรษฐกิจทุกตัวกำลังจะดีขึ้น...

งานนี้ยังไม่มีหน่วยงานวิจัยด้านเศรษฐกิจประเมินผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมอย่างเป็นทางการ แต่ที่แน่ๆ คือบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่คึกคักในช่วงปลายปีเสียหายไปแล้ว

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเตรียมนำข้อมูลดังกล่าวไปหารือในการประชุมคณะกรรมนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 20 ต.ค.นี้

เนื่องจากสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วมเริ่มสร้างความเสียหายบ้างแล้ว ไม่ว่าผลกระทบในแง่ที่ทำให้ผลผลิตภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมลดลง

อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังไม่ได้ทำการประเมินผลกระทบที่แท้จริงต่อภาคเศรษฐกิจ เพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น ยังไม่รู้ข้อมูล รวมถึงไม่รู้จะขยายวงกว้างหรือสิ้นสุดเมื่อใด

“ความกว้างของพื้นที่ที่เสียหายจากปัญหาน้ำท่วมอาจจะยังมีไม่มาก แต่ความจริง เราไม่รู้ว่าความรุนแรงมีมากแค่ไหน จึงไม่สามารถประเมินผลกระทบได้ตอนนี้ คงต้องรอดูสถานการณ์ก่อนสักระยะ” นายเมธี กล่าว

ด้านนายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายเสถียรภาพสถาบันการเงินก็กำลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และอาจจะมีผลต่อการชำระหนี้กับสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิดเช่นกัน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยกู้มากน้อยแค่ไหน

แต่ในเบื้องต้นเริ่มมีสาขาธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม เช่น จ.นครราชสีมา และปราจีนบุรี ได้ขออนุญาต ธปท.เพื่อปิดทำการสาขาเป็นการชั่วคราวบ้างแล้ว ประมาณ 23 สาขา

“แต่เท่าที่เราดูข้อมูลในเบื้องต้นยังไม่มีอะไรน่าห่วงมากนัก เพราะเชื่อว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลายได้โดยเร็ว ส่วนการประเมินผลกระทบปัญหามันก็เพิ่งเกิด เรายังไม่มีข้อมูลที่จะมาคาดการณ์ แต่เรื่องนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะหากน้ำยังคงท่วมอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์อาจจะน่าเป็นห่วงกว่านี้ก็ได้” นายเกริก กล่าว

แม้ว่าหลังน้ำท่วม และเข้าสู่ภาวะการฟื้นฟูประเทศ จะมีเงินลงทุนก้อนใหญ่อัดฉีดเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะภาคการก่อสร้าง

เพราะบ้านเรือนเสียหายยับเยิน ทั้งระบบไฟฟ้า ประปา ถนน สะพาน การขนส่งทุกรูปแบบ

ไม่นับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ชาวบ้านต้องทิ้งเอาไว้ให้จมน้ำไปต่อหน้าต่อตา เพราะไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ตรงไหน

ความเสียหายทางเศรษฐกิจเที่ยวนี้ไม่น่าจะต่ำกว่าหมื่นล้านบาท แม้จะได้รับการชดเชยจากเงินลงทุนก้อนใหญ่จากภาครัฐที่จะเข้าไปฟื้นฟู

แต่ก็ได้แค่บรรเทา ไม่ถึงกับชดเชยความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้ทั้งหมด

โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นไปถึง 10.41% ซึ่งส่งผลทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจหดลง 0.7%

ส่วนการส่งออกในปี 2553 จะยังขยายตัวได้ดีที่ 25% ต่อปี หรือช่วงคาดการณ์ 24.8-25.3%

และสุดท้ายเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวที่ 6% จากเดิมที่คาดว่าจะโตที่ 7-7.5%

แน่นอนว่า เมื่อเจอปัญหาน้ำท่วมเข้ามาผสมโรง อาจทำให้จีดีพีลดลงต่ำกว่า 6% ก็เป็นได้

คงไม่ต้องบอกว่าถ้าจีดีพีจมน้ำต่ำกว่า 6% ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร!!!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท