
แก้บาทแข็ง
.....พิชัย นริพทะพันธุ์
ปัญหาเงินบาทแข็งเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทุกภาคส่วนของสังคมได้ออกมาให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะบุคคลต่างๆ ที่รับผิดชอบรวมถึงนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับ นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำที่จะแก้ไขกับปัญหานี้
ในภาวะค่าเงินที่แข็งนี้มีทั้งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ แต่ในฐานะผู้รับผิดชอบกับอนาคตของประเทศ รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย จะต้องชั่งน้ำหนักและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเพื่อเห็นแก่ประโยชน์สูงสุดของประเทศในระยะยาว
ในส่วนของผู้เขียนนั้นอยากขอแสดงจุดยืนในความคิดเห็นไว้ในรายการต่างๆ รวมถึงได้เขียนบทความเรื่อง
“การปรับตัวของไทยกับการเปลี่ยนแปลงของโลก” ที่ผู้อ่านสามารถ Google เข้าไปอ่านได้ โดยสรุปคือความผันผวนทางเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งอย่างมากในปัจจุบันนี้ เป็นผลกระทบมาจากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่เคลื่อนตัว จากประเทศตะวันตกมายังประเทศตะวันออก โดยเงินหยวนมีแนวโน้มที่จะมีบทบาทมากขึ้นเพื่อทดแทนเงินสกุลเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นปัญหาที่จะเกิดอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานประเทศไทยจะต้องมีแผนงานระยะสั้นและระยะยาวเพื่อรองรับเรื่องนี้
แผนงานระยะสั้น คือการเข้าไปจัดการให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพโดยทำให้ประเทศแข่งขันได้ โดยเฉพาะลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลงให้อยู่ใกล้เคียงกับดอกเบี้ยต่างประเทศ เพื่อหยุดการไหลเข้าของเงินทุน พร้อมๆ กับยังช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการส่งออกที่ได้รับผลกระทบในเรื่องดังกล่าว โดยผู้เขียนได้เสนออัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 1%
ขณะเดียวกันในแง่ปัจจัยอื่นๆ ก็สามารถหามาตรการอื่นเข้ามาจัดการเช่น การเก็บภาษี เป็นต้น ส่วนเรื่องอัตราเงินเฟ้อก็น่าจะเป็นปัญหารองและไม่น่าจะเป็นปัญหามาก
แนวความคิดในการกำหนดค่าเงินบาทคงที่ในช่วงราคาหนึ่งก็เป็นวิธีคิดที่น่าจะนำมาพิจารณาในภาวะความผันผวนเช่นนี้ โดยการกำหนดค่าเงินบาทตามค่าเงินหยวนก็เป็นอีกแนวทางที่น่าพิจารณา ไหนๆ จีนก็จะต้องเป็นประเทศพี่เบิ้มในแถบนี้
แผนงานระยะยาว คือการปรับโครงสร้างของประเทศโดยการเพิ่มการบริโภคภายในประเทศ ลดพึ่งพาการส่งออกก็นับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ การเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนส่วนใหญ่จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ดังนั้นรัฐบาลอนาคตจะต้องมีแผนงานในการที่จะทำให้เกษตรกรผู้ใช้แรงงาน ตลอดจนนักศึกษาที่จบการศึกษาต้องมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ตบท้ายขอบอกข่าววันที่ 20 ต.ค. มีการสัมมนาค่าเงินบาทที่โรงแรมสุโขทัยเวลา 13.00
–16.00 น. ขอเชิญผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเข้ารับฟังได้ครับ






