
สธ.จัดรถขนผู้ป่วยหนักหนีน้ำท่วม
“จุรินทร์”เผยวันนี้เตรียมย้ายผู้ป่วยหนัก 18 ราย ห่วงออกซิเจนเหลวหมดใน3วัน พร้อมจัดชุดยาสามัญประจำบ้านช่วยเหลือประชาชน เตือนผู้เป็นโรงเรื้อรัง หัวใจ เบาหวาน ความดัน อย่าหยุดยาช่วงประสบอุทกภัย
“จุรินทร์”เผยวันนี้เตรียมย้ายผู้ป่วยหนัก 18 ราย ห่วงออกซิเจนเหลวหมดใน3วัน พร้อมจัดชุดยาสามัญประจำบ้านช่วยเหลือประชาชน เตือนผู้เป็นโรงเรื้อรัง หัวใจ เบาหวาน ความดัน อย่าหยุดยาช่วงประสบอุทกภัย
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ได้แจ้งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เพื่อของบประมาณจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม และแก้ปัญหาโรงพยาบาลที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยให้กระทรวงสาธารณสุขไปเจราจาตัววงเงินกับสำนักงบประมาณเอง เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินความเสียหายจากโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งได้
นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องเร่งด่วนในขณะนี้ คือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง โดยเร็ว ซึ่งจำนวนประมาณ 1,300 คน เบื้องต้นจะเร่งเคลื่อนย้ายในส่วนผู้ป่วยหนักก่อน 18 ราย จากที่เมื่อวานได้เคลื่อนย้ายแล้ว 4 คน โดยส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น ทั้งนี้ในจำนวนผู้ป่วยหนักนี้เป็นผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดท่อซึ่งต้องเติมอ็อกซิเจนเหลวที่ขณะนี้เหลือปริมาณใช้ได้เพียง 3-4 วันเท่านั้น ในขณะที่ผู้ป่วยหนักมีประมาณร่วม 100 คน ทั้งนี้การเคลื่อนย้ายสามารถลำเลียงผู้ป่วยได้ทางเรือเท่านั้น รถไม่สามารถเข้าไปได้จึงยุ่งยาก
นายจุรินทร์ กล่าวว่า นอกจากนี้ปัญหาใหญ่คือเรื่องอาหารภายในโรงพยาบาล ขณะเดียวกันเรื่องของเสื้อผ้าผู้ป่วยก็เป็นปัญหาเช่นกัน เนื่องจากต้องใช้และเปลี่ยนทุกวัน เบื้องต้นแก้ไขโดยจ้างบริษัทเอกชนรับไปดำเนินการ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้มีสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 7 จังหวัด 39 หน่วยบริการแล้ว
นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการผู้ประสบภัยในทุกจังหวัดอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ได้จัดส่งยาสามัญประจำบ้านไปยัง จ.นครราชสีมา 3 หมื่นชุด จ.ลพบุรี 1 หมื่นชุด และจ.ราชบุรี 5,000 ชุด นอกจากนี้ได้สั่งสำรองยาสามัญประจำบ้านเพื่อนำไปแจกจ่ายชาวบ้านเพิ่มอีก 1 ล้านชุด
สำหรับสถานการณ์จ.นครราชสีมา ประเมินระดับน้ำท่วมขังนาน 15 วัน ปัญหาเร่งด่วนคือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีอาการหนักของโรงพยาบาลมหาราช และเครื่องมือที่ใช้ระบบไฟฟ้า ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขด้านการแพทย์ขึ้นอีก 1 ชุดในพื้นที่ประสบปัญหา โดยมีนพ.ทนงสรรค์ สุธาธรรม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ได้สำรองรถพยาบาลพร้อมทีแพทย์จากจ.ขอนแก่น จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 30 คัน เพื่อขนย้ายผู้ป่วยหนักไปรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้จัดสำรองทีมแพทย์พยาบาลเพื่อออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่อีกประมาณ 10 ทีม
ด้าน พญ.สุวรรณี ตั้งวีระพงษ์ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้เหลือผู้ป่วยที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 1,000 ราย เป็นผู้ป่วยหนัก 90 ราย โดยเตรียมส่งไปโรงพยาบาลอื่น 17 ราย ประกอบด้วย ที่โรงพยาบาลขอนแก่น 13 ราย และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี 4 ราย ทั้งนี้ยังไม่มีผู้ป่วยในรายใหม่เพิ่ม
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ประชาชนกลุ่มที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้พิการ เด็กเล็ก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน ขอให้รับประทานยาหรือฉีดยาอย่างสม่ำเสมอ อย่าหยุดยาอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อาการกำเริบได้ หากยาหรืออินซูลินหมดให้แจ้งอสม.เพื่อประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขขอยาเพิ่ม และหากอาการกำเริบให้โทรปรึกษาได้ที่หมายเลข 1669 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
นพ.สุพรรณ กล่าวว่า ผู้ป่วยเบาหวานให้ดูแลความสะอาดของเท้าเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดแผลและติดเชื้อจะลุกลามในภายหลัง โดยควรหลีกเลี่ยงการลุยน้ำย่ำน้ำท่วม ส่วนผู้ที่ต้องเก็บอินซูลินไว้ในตู้เย็นก็สามารถเก็บอินซูลินไว้ในห้องปกติได้







