
ผู้ว่าฯย้ำนำ 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวงต้องปลอดภัย100%ยังไม่ใช่วันนี้
ผู้ว่าเชียงราย นำทีม แถลงแผนช่วย 13 ชีวิต ย้ำนำออกจากถ้ำหลวง ต้องปลอดภัย100% คงไม่ใช่วันนี้ ใครพร้อมได้ออกก่อน เร่งเบี่ยง-พร่องน้ำออก
ผู้ว่าเชียงราย นำทีม แถลงแผนช่วย 13 ชีวิต ย้ำนำออกจากถ้ำหลวง ต้องปลอดภัย100% คงไม่ใช่วันนี้ ใครพร้อมได้ออกก่อน เร่งเบี่ยง-พร่องน้ำออก
เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 4 ก.ค. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการนำตัวนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าพร้อมผู้ฝึกสอนรวม 13 คน ออกจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่า ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานเต็มที่ วันนี้เป็นวันที่แดดดีที่สุดในรอบ 12 วัน แต่การจะนำเด็กๆออกมาวันนี้ คงลำบาก ทั้งนี้การเคลื่อนย้ายต้องมั่นใจ 100% ถึงจะให้เด็กออกมา โดยใครมีความพร้อม ก็จะให้ออกก่อน ซึ่งอาจจะไม่ได้ออกมาพร้อมกันทั้ง 13 คน
ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ ( 3 กค.) หน่วยซีลเตรียมลากสาย สื่อสาร จากกองบัญชาการที่โถง 3 มาถึงบริเวณสามแยกแต่มีอุปสรรคโทรศัพท์ตกน้ำทำให้ ทั้ง 13 คน ยังไม่สามารถสื่อสารระหว่างภายในถ้ำกับนอกถ้ำได้ โดยวันนี้จะลากสายสื่อสารต่อจากวานนี้ซึ่งเหลือระยะทางอีกกว่า 1 กิโลเมตร จะถึงจุดที่ทั้ง 13 คนพักอยู่ พร้อมขอความร่วมมือจัดระเบียบบริเวณหน้าถ้ำหลวง
ด้าน พลตรี ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาค 3 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังคงลาดตระเวนหาโพรงและปล่องถ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงมีความหวังว่าจะเจอปล่องเพิ่มเพื่อหาทางเชื่อมไปยังจุดที่เด็ก ๆ อยู่ โดย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน โดยส่งนักประดาน้ำจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์มาช่วยหน่วยซีล แต่สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือต้องทำให้ระดับน้ำลดลงให้ได้มากที่สุด
ขณะที่ พล.ต.บัญชา ดุริยะพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 กล่าวว่า การดำเนินการพร่องน้ำทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำภายในถ้ำทรงตัวและเริ่มลดลง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มก็จะเป็นผลดีต่อการปฏิบัติงานของหน่วยซีลในการช่วยเหลือเพื่อนำทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงออกมาด้านนอก ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการพร่องน้ำออกจากถ้ำหลวง ขณะนี้ทาง จ.เชียงรายได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบแล้ว
ด้าน นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุถึงการเบี่ยงทางน้ำไม่ให้ไหลเข้าถ้ำ โดยมีกำลังของเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน ทหาร รวมทั้งชาวบ้าน กำลังดำเนินการปิดฝายห้วยมะกอก โดยเข้าไปช่วยขนท่อ ทำบายพาสเบี่ยงทางน้ำ ซึ่งจะสามารถลดปริมาณน้ำเข้าถ้ำได้ถึง 1หมื่นลิตร / วัน ส่วนการฟื้นฟูจุดต่างๆ ในส่วนของด้านบนถ้ำ ที่มีการพบ 13 โพรง แต่มีการเจาะเพียง 3 โพรง นั้น การอุดโพรงทำได้ไม่ยาก โดยจะมีการดำเนินการหลังจากนี้ ส่วนฝายที่สร้างไว้ ก็จะมีการรื้อทั้งหมดในภายหลัง เพื่อให้ระบบนิเวศวิทยากลับมาเหมือนเดิม นอกจากนี้จะมีแผนจัดทำในเรื่องของความปลอดภัย และระบบเตือนภัย ด้วย







